
TVH ตั้งเป้าเบี้ยปีนี้ทะลุ 10% นำ AI-Crash Detection ยกระดับบริการ
บมจ.ไทยวิวัฒน์ (TVH) ปักธงเบี้ยประกันภัยปีนี้โตสองหลัก กางแผนธุรกิจ "Thaivivat Next Move" พลิกโฉมวงการด้วยนวัตกรรมประกันภัยแห่งอนาคต ชูไฮไลต์เทคโนโลยี AI และระบบ "Crash Detection" ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรวมในระดับเลขสองหลัก (Double Digit)
โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กลุ่มประกันภัยรถยนต์มีอัตราการเติบโตประมาณ 7% และกลุ่ม Non-Motor เติบโตสูงถึง 15% สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าทะลุ 1 ล้านกรมธรรม์
อีกทั้งหลังปรับโครงสร้างสู่รูปแบบโฮลดิ้งคอมพานี ได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุน โดย TVH สามารถจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อสนับสนุนการให้บริการของธุรกิจประกันภัยหลักได้อย่างยืดหยุ่น รวมถึงการต่อยอดการลงทุนไปยังธุรกิจอื่นๆ เช่น การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผ่านบริษัท ไทยวิวัฒน์ แอสเซท จำกัด ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างแหล่งรายได้ใหม่
ทั้งนี้ ในวาระครบรอบ 75 ปี บริษัทพร้อมยกระดับให้บริการภายใต้แนวคิด “Thaivivat Next Move”เน้นพัฒนานวัตกรรมประกันภัยที่ก้าวข้ามเพียงการให้ความคุ้มครอง สู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในทุกมิติอย่างราบรื่นและไร้รอยต่อ
ส่วนแผนการขยายผลิตภัณฑ์กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ บริษัทได้เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ได้แก่ โครงการ “Thaivivat Active Health” ซึ่งร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Garmin และ Decathlon เพื่อมอบส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุดถึง 40% ให้แก่ลูกค้าที่ดูแลสุขภาพ ด้านที่อยู่อาศัยได้เปิดตัว “Thaivivat Homey Care” ที่ขยายความคุ้มครองครอบคลุมไปถึงสัตว์เลี้ยงและเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ขณะที่ด้านการเดินทางได้นำเสนอ “Thaivivat Smart Delay” โดยมอบสิทธิ์การเข้าใช้บริการเลานจ์สนามบินทั่วโลกกว่า 1,000 แห่งผ่านระบบ QR Code ทันทีที่เที่ยวบินล่าช้า เพื่อยกระดับประสบการณ์ระหว่างการเดินทาง
ส่วนของประกันภัยรถยนต์ (Motor) บริษัทเน้นสร้างระบบนิเวศน์ครบวงจร นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากบริษัท MARS มาช่วยประเมินความเสียหายได้อย่างแม่นยำ พร้อมตั้งศูนย์ควบคุมคุณภาพการซ่อมรถยนต์ นอกจากนี้ยังมีบริการที่จอดรถส่วนตัวและบริการรถทดแทนระหว่างซ่อมที่อู่พันธมิตร ล่าสุดเปิดตัวฟีเจอร์ “Crash Detection” ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกค้าทันทีผ่านแอปพลิเคชัน
ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์เรือธง “ประกันรถเปิดปิด” ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ปัจจุบันมียอดใช้งานแล้วกว่า 400,000 กรมธรรม์ และมีอัตราการต่ออายุสูงถึง 90% โดยฟีเจอร์ล่าสุด “รถติดไม่คิดเบี้ย” สามารถคืนเวลาให้ลูกค้าได้แล้วกว่า 30 ล้านนาที ช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันได้สูงสุดถึง 80%

