
KTB มองเงินบาทสัปดาห์นี้ 33.00-33.65 บ. จับตาตะวันออกกลาง-ท่าทีเฟด
KTB ชี้เงินบาทระยะสั้นยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า มีโอกาสทดสอบแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่ในกรอบรายสัปดาห์ยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่าจะอ่อนค่าทะลุแนวต้านดังกล่าวอย่างชัดเจน พร้อมจับตาปัจจัยตะวันออกกลางและท่าที Fed
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ผู้เล่นฝั่งไทยในตลาดยังคงรอติดตาม รายงานยอดการส่งออกและนำเข้าของไทยในเดือนส.ค.2569 ซึ่งจะยังคงได้อานิสงส์จาก AI Boom หนุนการขยายตัวในอัตราสูงของทั้งการส่งออกและนำเข้าในสินค้าหมวดที่เกี่ยวข้องกับ AI/Semiconductor
สำหรับแนวโน้มเงินบาท กรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ (21-25 ก.ย.2569) อยู่ที่ระดับ 33.00-33.65 บาท/ดอลลาร์ มองว่าโมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังมีกำลังอยู่ เปิดความเสี่ยงเงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในกรอบ Time Frame รายสัปดาห์ จนกว่าจะอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านดังกล่าวได้อย่างชัดเจน (ส่วน Time Frame รายวัน เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่าลง จนกว่าจะแข็งค่าหลุดโซนแนวรับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์)
อนึ่ง สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางเงินบาทได้ ผ่านการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยบรรดาธนาคารกลางหลัก และยังส่งผลกระทบโดยตรงกับเศรษฐกิจไทย ทำให้เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ดังนั้น ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง
ในระยะสั้น เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงต่อได้ หากผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC เดือนตุลาคมนี้ โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 55% ทำให้ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเป็นตัวแปรที่ส่งผลกระทบต่อมุมมองดังกล่าวได้ ในทางกลับกัน หากผู้เล่นในตลาดเริ่มมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ซึ่งอาจต้องรอติดตาม การประชุมสุดยอดผู้นำ Trump-Xi Summit อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค.บ้าง กดดันเงินดอลลาร์ พร้อมหนุนทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้ ทั้งนี้ เงินบาทยังคงมีโซนแนวรับสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านจะอยู่ในโซน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.85 บาทต่อดอลลาร์)
ทั้งนี้ ควรจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่มีแนวโน้มผันผวนสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะสัปดาห์นี้จะเป็นช่วงวันหยุดยาวของฝั่งญี่ปุ่น ซึ่งปริมาณการทำธุรกรรมจะเบาบางลงอย่างมีนัยสำคัญ และที่สำคัญเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินเยนญี่ปุ่นสูงขึ้นมาก (Correlation 30 วัน สูงขึ้นสู่ระดับ 68% ล่าสุด จากเพียง 16% ต้นเดือนกันยายน )
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์จะเคลื่อนไหวตามมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ที่จะขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง (เสี่ยงทวีความร้อนแรงขึ้นในระยะสั้น) รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED พร้อมกันนั้น ควรจับตาเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่เสี่ยงผันผวนสูงช่วงหยุดยาวของญี่ปุ่น
