
SJWD ลุ้นกำไร Q3 โต 55% แตะ 335 ล้าน รับดีมานด์ขนส่ง-คลังสินค้าแกร่ง เป้าสูงสุด 13.30 บ.
3 โบรกมองบวก SJWD คาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 โต 40–55% แตะ 304–335 ล้านบาท รับธุรกิจขนส่ง-คลังสินค้า-Freight หนุน แม้ชะลอตัวจากไตรมาสก่อนตามฤดูกาล จับตากำไรไตรมาส 4 ฟื้นต่อ รับดีมานด์ Data Center ชูราคาเป้าหมายสูงสุด 13.30 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ต.ค.69) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ 3 แห่ง ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD โดยคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 3/2569 จะเติบโตแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายตัวของธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า และบริการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (Freight) แม้ผลประกอบการจะชะลอตัวจากไตรมาสก่อนหน้าตามปัจจัยฤดูกาล ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/2569 ยังมีโอกาสฟื้นตัวจากความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า AI และ Data Center
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ทั้ง 3 สำนักประเมินกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ของ SJWD อยู่ในกรอบ 304–335 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 40–55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงประมาณ 9–17% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยกดดันจากธุรกิจขนส่งที่เข้าสู่ช่วงฤดูฝน ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ความต้องการใช้บริการชะลอตัว รวมถึงฐานกำไรที่สูงในไตรมาส 2/2569 จากการเร่งขนส่งสินค้าเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ด้าน บล.ดาโอ ประเมินว่า SJWD จะมีกำไรปกติไตรมาส 3/2569 จำนวน 318 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 17% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยคาดว่ารายได้รวมจะอยู่ที่ประมาณ 6,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน แต่ลดลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin: GPM) จะอยู่ที่ 14.1% เทียบกับ 13.5% ในไตรมาส 3/2568 และ 15% ในไตรมาส 2/2569
สำหรับปัจจัยสนับสนุนการเติบโตมาจากธุรกิจขนส่งที่ขยายฐานลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับอัตราค่าขนส่งให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันได้มากขึ้น ขณะที่ธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปได้รับประโยชน์จากความต้องการใช้พื้นที่จัดเก็บสินค้าของลูกค้ากลุ่ม AI และ Data Center รวมถึงผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานที่มีการใช้บริการเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ธุรกิจห้องเย็นยังมีแนวโน้มเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากการขยายพื้นที่ให้บริการ แต่ชะลอตัวจากไตรมาสก่อนหน้าตามความต้องการจัดเก็บสินค้าที่ลดลง ขณะที่ธุรกิจ Freight คาดว่าจะเติบโตทั้งจากปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ตามอัตราค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นและการเพิ่มบริการมูลค่าเพิ่ม ส่วนธุรกิจต่างประเทศยังได้รับแรงหนุนจากตลาดอินโดนีเซียที่ฟื้นตัว ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของตลาดกัมพูชา
สำหรับแนวโน้มทั้งปี 2569 บล.ดาโอ ยังคงประมาณการกำไรปกติที่ 1,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อน โดยหากกำไรไตรมาส 3 เป็นไปตามคาด จะส่งผลให้กำไรปกติสะสม 9 เดือนแรกอยู่ที่ 988 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% และคิดเป็นประมาณ 78% ของประมาณการทั้งปี
ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะยังเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายตัวของธุรกิจหลักและแผนลดต้นทุนดำเนินงาน โดยบริษัทตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี รวมถึงลดต้นทุนทางการเงินผ่านการบริหารภาระหนี้สิน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เลื่อนแผนนำคลังสินค้า ALPHA เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) จากเดิมไตรมาส 4/2569 เป็นปี 2570
ด้าน บล.กรุงศรี คาดว่า SJWD จะมีกำไรปกติไตรมาส 3/2569 ประมาณ 304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 14% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกิจกรรมนำเข้าและส่งออกที่ขยายตัว ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลดีต่อธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า และ Freight
อย่างไรก็ตาม กำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้ามีปัจจัยกดดันจากธุรกิจห้องเย็นที่ชะลอตัวประมาณ 9% หลังลูกค้าเร่งเบิกสินค้าออกจากคลัง รวมถึงธุรกิจยานยนต์ที่คาดว่าจะลดลงประมาณ 33% หลังหมดแรงสนับสนุนจากงาน Motor Show ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ธุรกิจขนส่งได้รับผลกระทบจากฤดูฝน ส่งผลให้รายได้มีแนวโน้มลดลงประมาณ 6% จากไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 บล.กรุงศรีคาดว่ากำไรปกติจะกลับมาเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า และ Freight ที่ยังได้รับประโยชน์จากกิจกรรมนำเข้าและส่งออก ประกอบกับความต้องการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่อาจเร่งตัวก่อนการเปลี่ยนแปลงมาตรการภาษีในปี 2570 รวมถึงการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลปกติของธุรกิจโลจิสติกส์
ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรปกติ SJWD ไตรมาส 3/2569 ที่ 335 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 8.7% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 6,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% จากปีก่อน แต่ลดลง 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิประมาณ 4.9% ซึ่งสูงกว่ากรอบ 3.2–4.7% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้ธุรกิจขนส่ง ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้รวม จะลดลง 7.8% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามผลกระทบฤดูฝนและข้อจำกัดบริเวณจุดผ่านแดนทางบกระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่ยังเพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจจัดเก็บสินค้าคาดว่ารายได้จะเติบโต 24.2% จากปีก่อน จากความต้องการพื้นที่คลังสินค้าของลูกค้ากลุ่ม Data Center ที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ยังมองว่าการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม โดยเฉพาะ Transimex ที่ได้รับประโยชน์จากอัตราค่าระวางเรือโลกในระดับสูง จะเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนกำไร ขณะที่ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มลดลงในไตรมาส 4/2569 จากการออกหุ้นกู้ดิจิทัลอัตราดอกเบี้ย 2.85–2.95% ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
สำหรับประมาณการทั้งปี บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่ากำไรปกติสะสม 9 เดือนแรกจะอยู่ที่ 968.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% จากปีก่อน คิดเป็น 77% ของประมาณการกำไรทั้งปี สะท้อนว่าผลประกอบการยังเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ด้านคำแนะนำการลงทุน บล.กรุงศรี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SJWD พร้อมราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 12 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าระดับมูลค่าหุ้นยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังประมาณ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ขณะที่ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ส่วน บล.ฟินันเซีย ไซรัส คงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมราคาเป้าหมาย 13.30 บาทต่อหุ้น จากมูลค่าหุ้นที่ยังอยู่ในระดับน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ P/E ปี 2569 ประมาณ 14.4 เท่า และ EV/EBITDA ประมาณ 8.8 เท่า
ขณะที่ บล.ดาโอ คงราคาเป้าหมาย SJWD ที่ 12.50 บาทต่อหุ้น อ้างอิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรปกติ (Core P/E) ปี 2569 ที่ 18 เท่า โดยมองว่าธุรกิจหลักที่เติบโตต่อเนื่องและการบริหารต้นทุนจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการ พร้อมมีโอกาสเพิ่มประมาณการกำไรหากบริษัทสามารถดำเนินธุรกรรมควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ได้สำเร็จ
