BANPU รุกชีวมวล 3 โรงไฟฟ้าจีน ตั้งเป้าลดคาร์บอนปีละ 1.48 แสนตันในปี 70

BANPU เดินหน้าขยายโครงการ Biomass Co-firing ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 3 แห่งในจีน ตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนรวม 148,000 ตันต่อปีภายในปี 2570 พร้อมลดต้นทุนเชื้อเพลิง เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ และต่อยอดโอกาสจากตลาดซื้อขายสิทธิคาร์บอน


นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าขยายการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมกับเชื้อเพลิงหลักในกระบวนการผลิตไฟฟ้า (Biomass Co-firing) ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Combined Heat and Power Plant: CHP) ทั้ง 3 แห่งในประเทศจีน โดยขยายการดำเนินงานจากโรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งไปยังโรงไฟฟ้าโจวผิงและโรงไฟฟ้าหลวนหนาน พร้อมตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมประมาณ 148,000 ตันต่อปีภายในปี 2570 ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินทรัพย์ที่มีอยู่

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วมของ BANPU ในประเทศจีน มีบทบาทในการผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) รวมถึงจ่ายไอน้ำให้แก่ลูกค้าภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนระบบทำความร้อนสำหรับที่อยู่อาศัยของชุมชนในช่วงฤดูหนาว โดยบริษัทนำเศษวัสดุชีวมวลจากท้องถิ่นมาใช้เป็นเชื้อเพลิงผสมกับเชื้อเพลิงหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนพลังงาน พร้อมส่งเสริมการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ ภายใต้แนวทางเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ของกลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง (Power+)

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าเจิ้งติ้งเริ่มดำเนินโครงการ Biomass Co-firing เชิงพาณิชย์ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 โดยใช้เชื้อเพลิงชีวมวลผสมกับเชื้อเพลิงหลักในสัดส่วน 10% และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมได้มากกว่า 47,000 ตัน ณ เดือนกันยายน 2569 ขณะที่ในปี 2570 คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 70,000 ตันต่อปี พร้อมประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงได้ประมาณ 1 ล้านหยวน หรือเทียบเท่า 4.7 ล้านบาท จากการลดการใช้เชื้อเพลิงแบบดั้งเดิม

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว BANPU จึงขยายโครงการไปยังโรงไฟฟ้าโจวผิงและโรงไฟฟ้าหลวนหนาน โดยกำหนดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมที่ 10% เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าโจวผิงเริ่มดำเนินงานแล้ว และสามารถลดการปล่อยคาร์บอนสะสมได้ประมาณ 10,000 ตัน ณ เดือนกันยายน 2569 ขณะที่โรงไฟฟ้าหลวนหนานอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 และสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 34,000 ตันในปี 2570

นายสินนท์ กล่าวว่า การขยายโครงการ Biomass Co-firing สะท้อนแนวทางการบริหารสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพของ BANPU โดยมุ่งใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและโรงไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าทางธุรกิจ ควบคู่กับการลดต้นทุนการดำเนินงานและบริหารจัดการการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม โดยยังคงรักษาเสถียรภาพและความน่าเชื่อถือในการจ่ายไฟฟ้าและพลังงานความร้อนให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดการปล่อยคาร์บอนยังสอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลจีน ซึ่งส่งเสริมให้ภาคธุรกิจบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านกลไกซื้อขายสิทธิในการปล่อยคาร์บอน (Carbon Emission Allowances: CEAs) โดยบริษัทที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และมีปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าสิทธิที่ได้รับจัดสรร สามารถนำสิทธิคงเหลือไปจำหน่ายให้แก่บริษัทที่ต้องการสิทธิในการปล่อยคาร์บอนเพิ่มเติมได้

สำหรับ BANPU การบริหารจัดการสินทรัพย์คาร์บอนในประเทศจีนครอบคลุมแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดการปล่อยมลพิษ (High Efficiency, Low Emissions: HELE) โดยบริษัทตั้งเป้าปริมาณการขายสิทธิในการปล่อยคาร์บอน (CEAs) รวม 435,000 ตันในปี 2569 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคาร์บอนและสร้างโอกาสทางธุรกิจจากกลไกตลาดคาร์บอนของจีน

ทั้งนี้ BANPU ยืนยันว่า การขยายโครงการ Biomass Co-firing ถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่มบริษัทมากกว่า 20% ภายในปี 2573 พร้อมเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพิ่มมูลค่าจากสินทรัพย์ที่มีอยู่ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืนในระยะยาว

Back to top button