“กรมการค้าต่างประเทศ” หั่นเป้าส่งออกข้าวปี 69 เหลือ 6.5 ล้านตัน มันสำปะหลังขาดวัตถุดิบ

กรมการค้าต่างประเทศ คาดส่งออกข้าวปี 69 อยู่ที่ 6.5 ล้านตัน เผชิญการแข่งขันราคาและต้นทุนขนส่งเพิ่ม เร่งเจรจาขายจีน ส่วนมันสำปะหลังขาดแคลนวัตถุดิบ มุ่งขยายตลาดสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ต.ค.69) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวไทยปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 6.5 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อนที่ส่งออกประมาณ 8 ล้านตัน โดยช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม–กันยายน) ส่งออก 4.99 ล้านตัน ลดลง 19.26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่า 2,962 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 94,912 ล้านบาท

การส่งออกที่ลดลงเป็นไปตามการบริโภคข้าวทั่วโลกที่ชะลอตัว โดยช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณส่งออกข้าวทั่วโลกลดลง 4% มีเพียงอินเดียที่ขยายตัว 2% ขณะที่ไทยเผชิญการแข่งขันด้านราคาและเงินบาทผันผวน ทำให้เจรจาซื้อขายแข่งขันกับผู้ค้ารายอื่นได้ยาก

ปัจจุบันราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ 480 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เทียบกับอินเดียที่ 388 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และเวียดนามที่ 420 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน อย่างไรก็ตาม นางอารดา ระบุว่า ราคาข้าวสูงเป็นผลดีต่อเกษตรกร ทั้งนี้ ข้อมูลกรมฯ ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม–กันยายน 2569 เงินบาทแข็งค่า 1.92% ขณะที่ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ค่าระวางเรือสูงขึ้น 40%

นางอารดา กล่าวว่า นโยบายภาษีสหรัฐฯ ทำให้ข้าวหอมมะลิไทยเข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น โดยกล่าวถึงมาตรา 301 ในประเด็นแรงงานบังคับ อัตราภาษี 12.5% ประกอบกับความต้องการซื้อลดลง เงินเฟ้อสูง และผู้บริโภคประหยัดรายจ่าย โดยข้าวไทยที่ส่งไปส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มร้านอาหาร ขณะที่ผู้บริโภคสามารถเลือกอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่นทดแทนข้าวได้ ไทยจึงจำเป็นต้องปรับตั้งแต่ต้นทาง เนื่องจากต้นทุนการผลิตยังสูงเกินไป

ขณะเดียวกัน การส่งออกข้าวไทยยังเผชิญข้อจำกัดใน 2 ตลาดสำคัญ ได้แก่ อินโดนีเซียที่งดนำเข้าข้าวเพื่อบริโภคในปีนี้ และอิรักที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง กรมฯ จึงอยู่ระหว่างหาช่องทางอื่นเพื่อส่งออก โดยจะหารือเพิ่มเติมในอีก 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ นางอารดา ระบุว่า ข้อตกลงให้ญี่ปุ่นเพิ่มการนำเข้าข้าวสหรัฐฯ 75% ภายใต้โควตาเดิม ยังกระทบโอกาสส่งออกข้าวไทยในตลาดญี่ปุ่นด้วย

อย่างไรก็ตาม ตลาดมาเลเซียและฟิลิปปินส์กลับมาขยายตัว ขณะที่ความเสี่ยงเอลนีโญ่ช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าเป็นปัจจัยกระตุ้นความต้องการนำเข้าเพื่อความมั่นคงทางอาหาร ส่วนตลาดแอฟริกายังมีโอกาสขยายตัว และอิรักมีโอกาสฟื้นตัวหากสถานการณ์ภัยแล้งและการขนส่งคลี่คลาย

ตลาดส่งออกข้าวสำคัญช่วง 9 เดือนแรก ได้แก่ แอฟริกาใต้ 670,000 ตัน ฟิลิปปินส์ 630,000 ตัน สหรัฐฯ 550,000 ตัน มาเลเซีย 480,000 ตัน และจีน 210,000 ตัน โดยแอฟริกาเป็นตลาดหลักรายภูมิภาคที่ 1.73 ล้านตัน คิดเป็น 34.67% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด ใกล้เคียงกับเอเชียที่ 1.71 ล้านตัน

  • เจรจาข้าวจีทูจีจีนยังไม่ลงตัว เดินหน้าคุยต่อท้ายปี

นางอารดา กล่าวถึงการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี (G2G) ให้จีนว่า กรมฯ ยอมรับว่ายังไม่สามารถเจรจาได้สำเร็จเพิ่มเติมจากล็อตแรกที่ส่งมอบไปแล้ว เนื่องจากจังหวะในปีนี้ไม่เอื้ออำนวย โดยช่วงที่ราคาข้าวอยู่ในจังหวะเหมาะสม ต้นทุนโลจิสติกส์กลับสูงขึ้นและค่าเงินบาทไม่ลงตัว แต่เมื่อมีความต้องการซื้อ ราคาข้าวกลับไม่ลงตัว ทำให้ยังตกลงซื้อขายไม่ได้ แม้ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการเสนอราคาไปแล้วมากกว่า 5 ครั้ง ขณะที่รัฐบาลวางเป้าหมายเพิ่มการขายข้าวให้จีนอีก 500,000 ตัน

อย่างไรก็ตาม ข้าวตามสัญญาที่ไทยมีกับจีนจำนวน 1.22 ล้านตัน ปัจจุบันส่งมอบแล้ว 760,000 ตัน โดยกรมฯ จะเดินหน้าเจรจาต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปี

ด้านแผนการทำตลาด กรมฯ จะมุ่งรักษาโควตาของฮ่องกงและญี่ปุ่นในปีหน้า ใช้แอฟริกาใต้เป็นจุดส่งต่อข้าวสู่ทวีปแอฟริกา และขยายฐานผู้ซื้อเพื่อนำไปบริโภคในครัวเรือนของสหรัฐฯ ส่วนการเจรจาความตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรปมีทิศทางที่ดี ทั้งนี้ นางอารดาระบุว่า ไทยเคยส่งออกข้าว 5.7 ล้านตันในปี 2563 และ 11.6 ล้านตันในปี 2560 โดยปริมาณส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.5-7.7 ล้านตัน

  • มันสำปะหลังขาดวัตถุดิบ เร่งดันสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง

ด้านการส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง ช่วง 9 เดือนแรกปีนี้มีปริมาณ 3.24 ล้านตัน มูลค่า 1,697.80 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 54,200.61 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ส่งออก 7.22 ล้านตัน มูลค่า 2,373.62 ล้านดอลลาร์ โดยมีสาเหตุสำคัญจากโรคใบด่างมันสำปะหลัง ทำให้ผลผลิตปีการผลิต 2568/69 เหลือประมาณ 24 ล้านตัน วัตถุดิบไม่เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม ราคาส่งออกเฉลี่ยมันอัดเม็ดเพิ่มขึ้น 10.56% แป้งมันสำปะหลังดิบเพิ่มขึ้น 30.74% และแป้งแปรรูปเพิ่มขึ้น 8.53% จากปีก่อน ขณะที่แป้งมันสำปะหลังแปรรูปยังมีโอกาสเติบโตในตลาดที่มีความต้องการเฉพาะด้าน จึงเป็นโอกาสยกระดับจากการส่งออกเชิงปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านผลิตภัณฑ์แปรรูปและนวัตกรรม

กรมฯ คาดว่าการส่งออกมันสำปะหลังจะฟื้นตัวช่วงปลายปี จากผลผลิตฤดูกาลใหม่ที่ทยอยออกสู่ตลาด ควบคู่กับการขยายตลาดส่งออก ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งขยายและกระจายท่อนพันธุ์ที่ทนทานและต้านทานโรคใบด่าง เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของผลผลิตในปีการผลิตถัดไป

สำหรับปีงบประมาณ 2570 กรมฯ อยู่ระหว่างเร่งจัดทำร่างยุทธศาสตร์มันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ปี 2570–2573 พร้อมจัดคณะผู้แทนขยายตลาดต่างประเทศและเชิญผู้ซื้อมาเจรจาธุรกิจในไทย โดยเน้นสินค้าแปรรูปมูลค่าสูง เพื่อเพิ่มมูลค่าส่งออกและสร้างเสถียรภาพรายได้แก่เกษตรกร

Back to top button