“ดีอี” เตือนภัยมูลนิธิเถื่อน! เปิดเพจปลอมตุ๋นเงินบริจาค อ้างทำบุญออนไลน์

กระทรวงดีอีเตือนประชาชนระวังมิจฉาชีพแอบอ้างมูลนิธิ วัด และโรงพยาบาล เปิดเพจปลอมรับบริจาคออนไลน์ เผยกรณีหญิงสูญเงิน 5,000 บาท หลังหลงเชื่อโพสต์ช่วยเด็กป่วยโรคหัวใจ แนะตรวจสอบแหล่งที่มาและบัญชีปลายทางก่อนบริจาค หากตกเป็นเหยื่อแจ้ง AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวังการบริจาคเงินผ่านช่องทางออนไลน์ หลังศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) พบกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างชื่อมูลนิธิ โรงพยาบาล และวัด รวมถึงสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ป่วยฉุกเฉิน เด็กกำพร้า และสัตว์ได้รับบาดเจ็บ เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนโอนเงินบริจาค โดยอาศัยความสงสารและความตั้งใจช่วยเหลือผู้อื่นเป็นเครื่องมือในการก่อเหตุ

ศูนย์ AOC 1441 ระบุว่า ปัจจุบันการบริจาคเงินผ่านช่องทางดิจิทัลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากประชาชนสามารถโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร สแกน QR Code หรือเข้าถึงช่องทางรับบริจาคผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้อย่างสะดวก อย่างไรก็ตาม ความสะดวกดังกล่าวเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพนำไปใช้เป็นช่องทางหลอกลวง โดยสร้างเพจหรือเผยแพร่ข้อความรับบริจาคที่มีลักษณะคล้ายหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

สำหรับรูปแบบการหลอกลวงที่พบ มิจฉาชีพมักสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วน ครอบครัวประสบอุบัติเหตุและขาดแคลนค่ารักษาพยาบาล หรือผู้ประสบภัยที่ต้องการความช่วยเหลือ พร้อมแนบภาพประกอบที่สร้างความสะเทือนใจ เพื่อกระตุ้นให้ผู้พบเห็นตัดสินใจโอนเงินโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ข้อความสร้างความเร่งด่วน เช่น การอ้างว่าผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดภายในคืนดังกล่าว หรือยังขาดเงินอีกจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการขอให้ประชาชนช่วยเผยแพร่ข้อมูลอย่างรวดเร็ว

บางกรณีมิจฉาชีพสร้างเพจปลอมโดยใช้ชื่อและตราสัญลักษณ์คล้ายกับหน่วยงานจริง พร้อมจัดทำข้อมูลให้ดูเป็นทางการ แต่กลับระบุบัญชีธนาคารส่วนบุคคลเป็นช่องทางรับบริจาค ทำให้ประชาชนอาจหลงเชื่อและโอนเงินโดยไม่ได้ตรวจสอบผู้รับเงินอย่างรอบคอบ

ศูนย์ AOC 1441 เปิดเผยกรณีตัวอย่างหญิงรายหนึ่งพบข้อความขอรับบริจาคช่วยเหลือเด็กป่วยโรคหัวใจภายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยโพสต์ดังกล่าวมีภาพประกอบและรายละเอียดที่ดูน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังมีผู้แชร์และแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจจำนวนมาก

ด้วยความประสงค์ที่จะช่วยเหลือผู้ป่วย หญิงรายดังกล่าวจึงโอนเงินจำนวน 5,000 บาทไปยังบัญชีธนาคารที่ระบุไว้ในโพสต์ อย่างไรก็ตาม ภายหลังพบว่าเพจดังกล่าวปิดตัวลงและไม่สามารถติดต่อผู้รับเงินได้

เมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่าเพจดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่นำภาพจากข่าวเก่ามาใช้ประกอบเรื่องราวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ผู้เสียหายสูญเงินบริจาคโดยไม่สามารถติดต่อผู้รับเงินได้อีก

กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จำนวนการแชร์หรือความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องของข้อมูล เนื่องจากมิจฉาชีพสามารถนำภาพเก่าหรือข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงมาใช้สร้างเรื่องราวเพื่อชักจูงให้ประชาชนบริจาคเงินได้

ทั้งนี้ กระทรวงดีอีขอให้ประชาชนตรวจสอบแหล่งที่มาของการรับบริจาคอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะกรณีที่พบการขอรับบริจาคผ่านเพจหรือบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่ไม่คุ้นเคย รวมถึงกรณีที่กำหนดให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารส่วนบุคคล

ประชาชนควรตรวจสอบว่าหน่วยงานหรือมูลนิธิที่เปิดรับบริจาคมีตัวตนจริงหรือไม่ และควรติดต่อสอบถามผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของหน่วยงานนั้นโดยตรงก่อนตัดสินใจโอนเงิน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเชื่อถือข้อมูลจากภาพประกอบ ยอดแชร์ หรือข้อความที่สร้างความเร่งด่วนเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงให้โอนเงิน สามารถติดต่อศูนย์ AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อแจ้งเหตุและประสานการระงับบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการ

กระทรวงดีอีย้ำว่า แม้การบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่การตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวง และทำให้เงินบริจาคส่งถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง

Back to top button