
บล.เคจีไอ คาด SYNEX กำไร Q3 แตะ 216 ล้าน รับ NCAP หนุน เคาะเป้า 11 บาท
บล.เคจีไอ คาด SYNEX ไตรมาส 3/69 มีกำไรสุทธิ 216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน รับแรงหนุนส่วนแบ่งกำไรจาก NCAP และกำไรอัตราแลกเปลี่ยน แม้ยอดขายชะลอตัว 2% เหลือ 1.18 หมื่นล้านบาท มองไตรมาส 4 ฟื้นตัวตามฤดูกาลจำหน่ายสมาร์ตโฟน คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 11 บาท
บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX มีแนวโน้มรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ยอดขายสินค้าเทคโนโลยีบางกลุ่มเผชิญแรงกดดันจากข้อจำกัดด้านอุปทานและราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้รับแรงสนับสนุนจากส่วนแบ่งกำไรของ บริษัท เอ็นแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ NCAP ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/2569 มีโอกาสฟื้นตัวตามฤดูกาลจำหน่ายสมาร์ตโฟน
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า คาด SYNEX จะมีกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 216 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อน โดยหากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 30 ล้านบาท จะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 186 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรจากธุรกิจหลักได้รับแรงสนับสนุนจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนใน NCAP ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการจากธุรกิจหลักที่มีแนวโน้มชะลอตัวบางส่วน
หากผลประกอบการเป็นไปตามประมาณการ คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จะอยู่ที่ 560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรจากธุรกิจหลักทั้งปีของ KGI
สำหรับแนวโน้มยอดขายในไตรมาส 3/2569 KGI ประเมินว่าจะอยู่ที่ประมาณ 11,800 ล้านบาท ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่งผลให้ยอดขายในช่วง 9 เดือนแรกของปีอยู่ที่ประมาณ 34,900 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน และคิดเป็น 72% ของประมาณการยอดขายทั้งปี
ปัจจัยที่กดดันยอดขายมาจากอุปสงค์สินค้าในกลุ่ม Apple ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 30% ของรายได้รวม และกลุ่มผู้บริโภคที่มีสัดส่วนประมาณ 24% ของรายได้รวม โดยได้รับผลกระทบจากภาวะอุปทานตึงตัวของ iPhone บางรุ่น ซึ่งตามปกติจะเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายในไตรมาส 3
นอกจากนี้ ราคาจำหน่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC) ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนหน่วยความจำ (Memory) ยังเป็นอีกปัจจัยที่อาจกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยราคาคอมพิวเตอร์ระบบ Windows เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569
ขณะเดียวกัน ยอดจัดส่งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและ PC ทั่วโลกในไตรมาส 3/2569 ลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 14% จากไตรมาสก่อน โดย KGI Taiwan คาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะต่อเนื่องเข้าสู่ไตรมาส 4/2569 ส่งผลให้ปรับลดประมาณการยอดจัดส่ง PC ทั่วโลกในปี 2569 เป็นลดลง 14% และปี 2570 ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม อุปสงค์จากลูกค้ากลุ่มองค์กร (Enterprise) ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% ของรายได้รวม และกลุ่มการพาณิชย์ที่มีสัดส่วนประมาณ 15% ของรายได้รวม ยังมีแนวโน้มเติบโตจากการใช้จ่ายในช่วงสิ้นปีงบประมาณ รวมถึงการเปลี่ยนผ่านและอัปเกรดระบบปฏิบัติการเป็น Windows 11
ด้านความสามารถในการทำกำไร KGI คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของ SYNEX ในไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 3.91% เพิ่มขึ้น 0.07 จุดเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 0.08 จุดเปอร์เซ็นต์จากไตรมาสก่อน เนื่องจากสัดส่วนยอดขายสินค้า Apple ซึ่งมีอัตรากำไรค่อนข้างต่ำปรับลดลง ส่งผลให้สัดส่วนสินค้าที่จำหน่ายมีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นเล็กน้อย
ทั้งนี้ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 จะอยู่ที่ 3.92% เพิ่มขึ้น 0.13 จุดเปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ โดยคาดว่าสัดส่วน SG&A ต่อยอดขายในไตรมาส 3/2569 จะอยู่ที่ 2.4% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวจากไตรมาสก่อน
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2569 KGI คาดว่ากำไรของ SYNEX จะฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ตามการเข้าสู่ช่วงที่ยอดขายมีแนวโน้มสูงสุดของปีตามฤดูกาล และการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสจากการวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่
อย่างไรก็ตาม ภาวะอุปทานสินค้าที่ตึงตัวและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ผู้บริโภคเลื่อนการตัดสินใจซื้อ ส่งผลให้การฟื้นตัวของอุปสงค์ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์
ในระยะกลางถึงระยะยาว KGI มองว่ากลยุทธ์ของ SYNEX ที่มุ่งพัฒนาธุรกิจสู่การเป็นผู้จัดจำหน่ายและให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร จะช่วยเพิ่มสัดส่วนสินค้าและบริการที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น พร้อมสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากธุรกิจบริการ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
ทั้งนี้ บล.เคจีไอ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SYNEX พร้อมราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 11 บาทต่อหุ้น อ้างอิงอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ 11 เท่า โดยมองว่ากลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนสินค้าและบริการที่มีอัตรากำไรสูง รวมถึงอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ประมาณ 6% จะช่วยพยุงราคาหุ้น แม้แนวโน้มผลประกอบการระยะสั้นยังไม่โดดเด่น
อย่างไรก็ตาม KGI ระบุว่าให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 มากกว่า SYNEX เนื่องจากคาดว่า COM7 จะทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาส 3/2569 และมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องจากทั้งธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและธุรกิจนอกกลุ่มเทคโนโลยี
