“ทรัมป์” ขู่ใช้สิทธิวีโต้กฎหมาย หาก “เดโมแครต” ชนะเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ

“ทรัมป์” ส่งสัญญาณพร้อมใช้สิทธิยับยั้งร่างกฎหมาย หากเดโมแครตชนะเลือกตั้งกลางเทอม หวังกดดันให้กลับมาเจรจา ขณะที่ผลสำรวจชี้เดโมแครตมีโอกาสพลิกครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จับตาศึกชิงอำนาจสภาคองเกรส


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์ New York Post โดยมี Fox News นำบางส่วนของบทสัมภาษณ์มาเผยแพร่ ระบุว่า หากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอม และเสนอร่างกฎหมายมาให้ตนลงนาม ก็พร้อมใช้อำนาจประธานาธิบดียับยั้งร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อกดดันให้ฝ่ายเดโมแครตกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาหาข้อตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ ทรัมป์ระบุว่า หากร่างกฎหมายถูกยับยั้งเป็นระยะเวลาประมาณ 1–2 เดือน พรรคเดโมแครตจะตระหนักว่าการผลักดันกฎหมายโดยปราศจากข้อตกลงร่วมกันเป็นการเสียเวลา และท้ายที่สุดจะต้องกลับมาเจรจาเพื่อหาทางออก

การแสดงความเห็นดังกล่าวนับเป็นท่าทีที่พบได้ไม่บ่อยนักของทรัมป์ เนื่องจากสะท้อนถึงการยอมรับความเป็นไปได้ที่พรรครีพับลิกันอาจพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ยังคงเดินหน้าช่วยพรรคหาเสียงอย่างต่อเนื่อง โดยขึ้นเวทีปราศรัยในรัฐแคนซัสและรัฐไอโอวาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นส่วนใหญ่บ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 3 ที่นั่ง ซึ่งเพียงพอต่อการกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ขณะที่โอกาสในการกลับมาครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยมีการแข่งขันใน 7 ที่นั่งที่ผู้สมัครของทั้งสองพรรคมีคะแนนสนับสนุนใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวางกลยุทธ์ของพรรครีพับลิกันประเมินว่า ผลสำรวจภายในพรรคสะท้อนการแข่งขันชิงที่นั่งในวุฒิสภาที่สูสีกว่าผลสำรวจจากสำนักอื่น โดยสนามเลือกตั้งสำคัญหลายแห่งยังมีโอกาสที่ผลคะแนนจะเปลี่ยนแปลงไปได้ทั้งสองฝ่าย และพรรครีพับลิกันยังมีโอกาสคว้าชัยชนะ

สำหรับการหาเสียงที่ผ่านมา ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ พร้อมแสดงความเห็นว่าผลสำรวจความคิดเห็นในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนระดับคะแนนสนับสนุนพรรครีพับลิกันอย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีความต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง แต่ติดข้อจำกัดตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ โดยบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 22 กำหนดห้ามบุคคลได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเกิน 2 ครั้ง

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งผลการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อดุลอำนาจระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรส รวมถึงความสามารถของรัฐบาลทรัมป์ในการผลักดันนโยบายและกฎหมายในระยะต่อไป

Back to top button