BEM รับรถไฟฟ้า “สายสีส้ม” ล็อตแรก พ.ย.นี้! จ่อเปิด ม.ค.71 โบรกชูเป้า 8.80 บาท

บล.กรุงศรี คาด BEM เดินหน้าส่งมอบรถไฟฟ้าสายสีส้มตามแผน หลังเยี่ยมชมโรงงานผลิตในตุรกี ลุ้นรับรถล็อตแรก พ.ย.นี้ ก่อนเปิดทดลองให้บริการฟรีฝั่งตะวันออกไตรมาส 4/70 และเปิดเชิงพาณิชย์ ม.ค.71 พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.80 บาท


บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM มีความคืบหน้าการจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยคาดว่าจะเริ่มได้รับการส่งมอบขบวนรถชุดแรกในเดือนพฤศจิกายน 2569 ก่อนทยอยรับมอบตามแผน เพื่อรองรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออกในเดือนมกราคม 2571 ขณะที่ฝั่งตะวันตกคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการช่วงกลางปี 2573

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมเยี่ยมชมโรงงานผลิตขบวนรถไฟฟ้า Bozankaya ในประเทศตุรกี ซึ่ง BEM จัดขึ้นสำหรับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้จัดการกองทุนว่า มีความเชื่อมั่นต่อกำหนดการส่งมอบรถไฟฟ้าสำหรับโครงการสายสีส้มและสายสีน้ำเงิน โดยโรงงานดังกล่าวเป็นผู้ผลิตขบวนรถร่วมกับ Siemens Mobility ภายใต้รูปแบบกลุ่มกิจการร่วมค้า

สำหรับ Bozankaya เป็นบริษัทวิศวกรรมและผู้ผลิตระบบขนส่งทางรางของตุรกี มีความเชี่ยวชาญด้านระบบขนส่งมวลชนในเขตเมือง โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 ในประเทศเยอรมนี ก่อนย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังกรุงอังการา ประเทศตุรกี ในปี 2546 และมีผลงานผลิตขบวนรถไฟฟ้าให้กับโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเดิมของ BEM

ทั้งนี้ Bozankaya และ Siemens Mobility อยู่ระหว่างดำเนินการผลิตขบวนรถไฟฟ้าสายสีส้มจำนวน 32 ขบวน ขบวนละ 3 ตู้ โดยแบ่งการส่งมอบตามแผนพัฒนาโครงการออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย–มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตก ช่วงบางขุนนนท์–ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออก จะมีการส่งมอบขบวนรถจำนวน 16 ขบวน โดยขบวนแรกมีกำหนดส่งมอบในเดือนพฤศจิกายน 2569 และอีก 15 ขบวนจะทยอยส่งมอบภายในระยะเวลา 12 เดือนถัดไป

กรุงศรีคาดว่ารถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันออกจะเริ่มเปิดทดลองให้ประชาชนใช้บริการโดยไม่คิดค่าโดยสารในไตรมาส 4/2570 ก่อนเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนมกราคม 2571 ตามกำหนดการที่ประเมินไว้

ขณะที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฝั่งตะวันตก จะได้รับการส่งมอบขบวนรถเพิ่มเติมอีก 16 ขบวน ภายหลังการส่งมอบสำหรับฝั่งตะวันออกแล้วเสร็จ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี 2573

นอกจากนี้ BEM ยังมีแผนรับมอบขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติมจำนวน 21 ขบวน ระหว่างช่วงกลางปี 2570 ถึงปี 2571 เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากการเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มทั้งสองฝั่ง

ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีขบวนรถให้บริการจำนวน 54 ขบวน โดยหากได้รับการส่งมอบรถเพิ่มเติมครบ 21 ขบวน จะทำให้จำนวนขบวนรถเพิ่มขึ้นเป็น 75 ขบวน และเพิ่มศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 39% ตามการประเมินของกรุงศรี

ในด้านเงินลงทุน กรุงศรีระบุว่า BEM จัดสรรงบประมาณสำหรับงานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล (Electrical and Mechanical: E&M) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกไว้ประมาณ 34,000 ล้านบาท โดยบริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดการแบ่งงบประมาณระหว่างการจัดซื้อขบวนรถกับงานระบบอื่นอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากงบประมาณจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติมจำนวน 21 ขบวน มูลค่าประมาณ 6,800 ล้านบาท กรุงศรีประเมินว่าขบวนรถไฟฟ้าสายสีส้มจำนวน 32 ขบวน อาจมีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราวหนึ่งในสามของงบลงทุนงานระบบ E&M ของสายสีส้ม

สำหรับวงเงินลงทุนรวมในส่วนดังกล่าวของรถไฟฟ้าสายสีส้มและสายสีน้ำเงินอยู่ที่ประมาณ 40,800 ล้านบาท แม้เป็นวงเงินค่อนข้างสูง แต่คาดว่าการเบิกจ่ายจะทยอยเกิดขึ้นตามความคืบหน้าของโครงการในช่วงปี 2570–2573 ไม่ได้เป็นภาระเงินลงทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมดในคราวเดียว

กรุงศรีประเมินว่า BEM จะมีรายจ่ายลงทุนสำหรับรถไฟฟ้าสายสีส้มเฉลี่ยประมาณ 7,500 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2570–2573 ขณะที่การจัดหาขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพิ่มเติมจะมีรายจ่ายลงทุนประมาณ 3,400 ล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2570–2571

ด้านฐานะการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 BEM มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.29 เท่า โดยกรุงศรีประเมินว่าบริษัทยังมีความสามารถในการกู้ยืมเงินเพิ่มเติมได้อีกประมาณ 40,000 ล้านบาท ภายใต้ข้อกำหนดทางการเงินที่กำหนดให้อัตราส่วนดังกล่าวไม่เกิน 3 เท่า

นอกจากนี้ BEM ยังมีแนวโน้มมีความยืดหยุ่นด้านสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 ล้านบาทต่อปี ภายหลังภาระจ่ายเงินชดเชยสำหรับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินให้แก่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) สิ้นสุดลงในเดือนมิถุนายน 2572

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ กรุงศรียังคงประมาณการกำไรปี 2569 ของ BEM เติบโต 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้แนวโน้มการขยายตัวของกำไรในระยะสั้นยังไม่โดดเด่นมากนัก แต่ประเมินว่าบริษัทยังมีโอกาสได้รับปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อประมาณการกำไรปี 2570 จากการปรับใช้อัตราค่าโดยสารใหม่

ขณะเดียวกัน การเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มทั้งสองฝั่งในอนาคต จะช่วยขยายศักยภาพในการรองรับผู้โดยสารและเพิ่มสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทในระยะยาว

กรุงศรียังมองว่า แม้ราคาหุ้น BEM ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่กำไรปี 2569 คาดว่าจะสูงกว่าระดับในช่วงปี 2563–2565 อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ BEM ยังมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นจากอดีต ได้แก่ โครงการส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม โดยกรุงศรีประเมินว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าของโครงการสายสีส้ม และให้ส่วนลดต่อมูลค่ารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินค่อนข้างมาก

ทั้งนี้ บล.กรุงศรี ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BEM พร้อมราคาเป้าหมาย 8.80 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าหุ้นยังมีความน่าสนใจในเชิงมูลค่า (Value Play) จากราคาหุ้นที่ยังไม่สะท้อนมูลค่าสินทรัพย์และโอกาสสร้างรายได้ในอนาคตอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและการเพิ่มขีดความสามารถของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

Back to top button