“หุ้นเอเชีย” เปิดร่วงยกแผง! KOSPI ดิ่ง 8% เซ่นแรงขายหุ้นชิป-วิตกคุมเข้ม AI

ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดร่วงตามวอลล์สตรีท หลัง Nasdaq เข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค กังวลเดโมแครตคุมเข้มธุรกิจ AI ฉุด KOSPI ดิ่ง 8% จนต้องใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ 20 นาที ขณะที่หุ้นชิปญี่ปุ่นทรุดหนัก จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ คืนนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายวันนี้ (6 พ.ย. 69) ปรับตัวลดลงอย่างหนักตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังดัชนี Nasdaq ร่วงลงกว่า 5% ในการซื้อขายเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 และเข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิค ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าพรรคเดโมแครตอาจผลักดันมาตรการกำกับดูแลธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้มงวดมากขึ้น ภายหลังได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาของสภาคองเกรส

สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสำคัญในภูมิภาคเอเชียช่วงเปิดการซื้อขาย มีรายละเอียดดังนี้

ทั้งนี้ แรงกดดันสำคัญมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยดัชนี Nasdaq ปรับตัวลดลงมากกว่า 10% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เข้าสู่ภาวะปรับฐานทางเทคนิคอย่างเป็นทางการ หลังนักลงทุนเร่งลดการถือครองหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI เนื่องจากกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอม รวมถึงการคว้าชัยในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสำคัญหลายแห่ง อาจนำไปสู่การเพิ่มความเข้มงวดด้านกฎระเบียบสำหรับการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วสหรัฐฯ

โดยเฉพาะนโยบายควบคุมการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และแนวทางคัดค้านมาตรการลดหย่อนภาษีให้แก่บริษัทเทคโนโลยี ซึ่งอาจกระทบต่อแผนการลงทุนและแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ AI ในระยะต่อไป ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เผชิญแรงขายรุนแรง โดยดัชนี KOSPI ดิ่งลงถึง 8% จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีใต้ (KRX) ประกาศใช้มาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราว (Circuit Breaker) เป็นเวลา 20 นาที เพื่อชะลอความผันผวนของตลาด หลังราคาหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวลดลงอย่างหนัก โดยหุ้น Samsung Electronics และ SK Hynix ต่างร่วงลงมากกว่า 10%

ด้านตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เช่นเดียวกัน โดยหุ้น Advantest ร่วงลง 12% และหุ้น SoftBank Group ลดลง 11% ขณะที่หุ้น Tokyo Electron ปรับตัวลงเกือบ 9% ส่วนหุ้น Kioxia Holdings ดิ่งลง 11% สะท้อนแรงขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรม AI และผู้ผลิตชิปทั่วภูมิภาค

นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งมีกำหนดรายงานในวันนี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนตุลาคม หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนกันยายน ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 4.2%

Back to top button