“หุ้นเอเชีย” เปิดลบส่วนใหญ่ นักลงทุนจับตาผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบเป็นส่วนใหญ่ นักลงทุนเกาะติดผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ หวั่นเดโมแครตคว้าชัยทั้งสองสภา กระทบนโยบายเศรษฐกิจและธุรกิจ AI-Data Center ขณะที่ฟิวเจอร์วอลล์สตรีทปรับตัวลง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (4 พ.ย. 2569) ท่ามกลางการติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการบริหารประเทศในช่วง 2 ปีสุดท้ายของวาระประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

โดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 62,973.16 จุด ลดลง 108.70 จุด หรือ 0.17% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 23,451.79 จุด ลดลง 74.18 จุด หรือ 0.32% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,605.39 จุด ลดลง 2.71 จุด หรือ 0.07%

ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 2.95% สวนทางกับดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียที่ปรับตัวลดลง 0.50%

สำหรับปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกติดตามคือการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ หลังเริ่มทยอยปิดคูหาเลือกตั้ง โดยเป็นการแข่งขันระหว่างพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตเพื่อชิงเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถของประธานาธิบดีทรัมป์ในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของการดำรงตำแหน่ง

ทั้งนี้ นักลงทุนในตลาดวอลล์สตรีทประเมินว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสคว้าเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และอาจรวมถึงวุฒิสภา ส่งผลให้ดัชนีฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง โดย S&P 500 ฟิวเจอร์สลดลง 0.60% ขณะที่ Nasdaq-100 ฟิวเจอร์สลดลง 0.50% และดาวโจนส์ฟิวเจอร์สลดลง 252 จุด หรือ 0.50%

แรงกดดันดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากความกังวลว่า หากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะอย่างชัดเจนทั้งสองสภา หรือสถานการณ์ที่เรียกว่า Blue Wave อาจกระทบต่อหุ้นในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) จากความเป็นไปได้ที่จะมีการเพิ่มข้อกำหนดหรือข้อจำกัดในการก่อสร้างและดำเนินงาน

นอกจากนี้ ชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจเพิ่มข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่เอื้อต่อภาคธุรกิจของรัฐบาลทรัมป์ รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษี ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะภาคธนาคาร ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Back to top button