WORK ปี 60 สดใส จ่อโกยกำไรทะลัก! รับเรตติ้งกระฉูดขึ้นแท่นเบอร์ 1


WORK จ่อโกยกำไรปี 60 ทะลัก! รับเรตติ้งกระฉูดขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในเขตกรุงเทพ-ปริมณฑล หนุนอัตราค่าโฆษณาสูงปรี๊ด ฟากโบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ชู พี/อี ต่ำกลุ่ม 

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจข้อมูลบทวิเคราะห์ของบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WORK หลังประกาศผลการดำเนินงานปี 59 ออกมาอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 198.63 ล้านบาท จากปีก่อนมีกำไรสุทธิ 150.34 ล้านบาท ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าในปี 60 ธุรกิจจะสดใสมากยิ่งขึ้น จากรายการวาไรตี้ The mask singer และ I can see your voice ที่โด่งดังอยู่ในขณะนี้ จึงทำให้เรตติ้งในเดือนนี้พุ่งกระฉูดเป็นอันดับ 1 ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และทำให้บริษัทสามารถปรับอัตราค่าโฆษณาได้สูงยิ่งขึ้น ขณะที่บริษัทจะเริ่มมีรายได้จาก Facebook live ในเดือนนี้อีกด้วย

ขณะที่ P/E ยังต่ำกว่ากลุ่ม โดยล่าสุด ณ วันที่ 22 ก.พ.60 P/E อยู่ที่ 75.87 เท่า ขณะที่ P/E กลุ่มสื่อและสิ่งพิพม์ อยู่ที่ 219.87 เท่า นอกจากนี้ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายสูงสุดที่นักวิเคราะห์ให้ที่ 58 บาท อยู่ 10.48% ด้านราคาหุ้น WORK ล่าสุดปิดตลาดวานนี้ (23 ก.พ.) อยู่ที่ 52.50 บาท ปรับตัวขึ้น 2.00 บาท หรือ 3.96% ด้านมูลค่าซื้อขาย 96.99 ล้านบาท

1487844160277

 

ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส แนะนำ “ซื้อ” WORK ราคาเป้าหมาย 58 บาท/หุ้น โดยแนวโน้มปี 2560 สดใสมาก จากเรตติ้งที่พุ่งขึ้นซึ่งสามารถไต่อันดับ 2 ได้ในบางรายวัน ทำให้คาดว่าจะสามารถปรับขึ้นค่าโฆษณาได้สูงสุดในกลุ่ม และมีช่องทางรายได้ออนไลน์มากขึ้น

ขณะที่เรตติ้งเฉลี่ย 2 วันแรกในเดือน ก.พ. พุ่งกระฉูด ขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 เขตกรุงเทพและปริมณฑล และเรตติ้งทั่วประเทศเป็นอันดับ 2 แซงหน้าช่อง 3 เป็นครั้งแรก มาอยู่ที่ 1.75 เพิ่มขึ้นจาก 1.48 ในเดือน ม.ค. 60 และ 1.34 ในเดือนธ.ค. 59 จากกระแสตอบรับที่ดีต่อรายการวาไรตี้ โดยเฉพาะ The mask singer ขณะที่ค่าโฆษณาเฉลี่ยงวดไตรมาส 1/59 อยู่ที่ 5.8 หมื่นต่อนาที และมีผู้จองโฆษณาทั้งปี 60 แล้วถึง 1.4 พันล้านบาท (50% ของเป้ารายได้ทั้งปี) โดยคาด utilization rate งวดไตรมาส 1/59 จะอยู่ที่ 45%-50%เพราะเป็นช่วง low season แต่คาดจะพุ่งระดับปกติที่ 70-80% ในงวดไตรมาส 2/60 เป็นต้นไป

ทั้งนี้เรตติ้งใน 2 วันแรกของเดือนก.พ.ตรงกับวันพุธและวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นวันที่สอง รายการหลักที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่อง คือ I can see your voice และ The mask singer อย่างไรก็ตามเรตติ้งเฉลี่ยทั้งเดือนโดยรวมวันอื่นๆด้วย น่าจะสูงเกินเรตติ้งในเดือนม.ค.2560 ที่ 1.48 และเป้าหมายเรตติ้งของ WORK ในปี 60 ที่ 1.4 จึงไม่ได้เป็นเรื่องยาก และเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่เรตติ้งเฉลี่ยปี 60 จะสูงกว่าเป้าหมายที่ 1.4 ค่อนข้างสูง

ส่วน Ad. Rate เฉลี่ยทั้งปี 60 น่าจะสูงเกินสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่ 6.2 หมื่นต่อนาที เพราะเรตติ้งปัจจุบันผู้ชมที่ดีเกินคาดและสูงกว่าเป้าหมายของ WORK ที่ 1.4  แต่ฝ่ายวิจัย ASPS ยังอนุรักษ์นิยมคงสมมติฐาน Ad. Rate ตามเดิม ขณะที่ WORK ยังมีโอกาสหารายได้ช่องทางออนไลน์เพิ่มเติมโดย เฉพาะปัจจุบันมีรายได้ผ่านช่องทาง Youtube เดือนละ 8 ล้านบาท และทดลองออกอากาศผ่าน Facebook live ซึ่งมีผู้ติดตามมากถึง 7 ล้านคน ซึ่งจะเริ่มหารายได้จากช่องทางดังกล่าวเองตั้งแต่เดือนนี้ และคาดจะรับรู้ส่วนแบ่งรายได้จาก facebook ตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป จึงขอปรับประมาณการรายได้ปี 60 จากสื่อออนไลน์เพิ่มจาก 100 ล้านบาท เป็น 150 ล้านบาท เป็นผลให้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 60-61 เฉลี่ยปีละ 6.2%

อย่างไรก็ตาม มองอนาคตปี 60 สดใสมากขึ้นกว่าเดิม หนุนด้วยรายการเดิมที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และรายการใหม่ทั้งวาไรตี้ รายการเด็กและกีฬาที่กรีฑาทัพเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้ง The mask singer 2, Hear me Love me See me, My Little TV, Let Me In 3, WE-KIDS, คุณหลุนไฟต์ รวมทั้งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดวอลเลย์บอลถึง 3 ปีเต็ม จะช่วยเพิ่มเรตติ้งและการปรับขึ้นค่าโฆษณามากขึ้น สวนทางกับช่องอื่นที่เรตติ้งคงที่หรือเพิ่มขึ้นน้อยมาก และไม่สามารถปรับค่าโฆษณอย่างก้าวกระโดดได้ คาดกำไรสุทธิปี 60 ที่ 499 ล้านบาท เติบโตถึง 2.6 เท่าตัวจากปีก่อน

ขณะที่บริษัทรุกหนักรายได้ช่องทางใหม่ โฆษณาจาก “ออนไลน์ แพลตฟอร์ม” โดยเฉพาะช่องทางใหม่ Facebook live ซึ่งปัจจุบัน WORK เป็นช่องทีวีมีผู้ติดตาม facebook fanpage มากที่สุด คือ 7 ล้านคน โดยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยเดือนละ 20,000 คน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีรายได้ค่าโฆษณาผ่านช่องทางดังกล่าว เพราะ Facebook ยังไม่ได้หารายได้จากช่องทางดังกล่าวอย่างเป็นทางการ 

ทั้งนี้คาด Facebook จะเริ่มหารายได้จากช่องทางดังกล่าวตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้ และแบ่งส่วนแบ่งรายได้ให้กับ WORK ในระดับใกล้เคียงกับ youtube ซึ่งปัจจุบันสร้างรายได้ให้กับ WORK ราวเดือนละ 8 ล้านบาท ด้วยผลดังกล่าวทำให้ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการรายได้สื่อออนไลน์ปี 60 และ 61 จาก 100 ล้านบาท และ 120 ล้านบาท เป็น 150 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ตั้งเป้าค่าโฆษณาเฉลี่ย 62,000 บาท/นาที เพิ่มจากปี 59 ที่ 51,000 บาท/นาที เพิ่มขึ้น 21.6% จากปีก่อนซึ่งตลอดทั้งปี 60 มีการจองโฆษณาทั้งหมดไปแล้วถึง 50% เฉลี่ยอยู่ที่ 58,000 บาท/นาที และมียอดจองโฆษณาในเดือน ก.พ. สูงถึง 60% – 70% โดยปัจจุบันราคาที่ต้องใช้ต่อการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายต่อ 1 เรตติ้ง (CPRP) ของ WORK อยู่ที่ประมาณ 22,000 บาท ยังต่ำกว่าผู้นำกลุ่มอย่างช่อง 3 และช่อง 7 อยู่ที่ราว 30,000 บาท โดยรวมแล้วฝ่ายวิจัยมองว่าเป้ารายได้ค่าโฆษณาที่เหลืออีก 50% จะเป็นค่าโฆษณาแบบ Pack รายเดือน หรือแบบเลือกจิ้ม ซึ่งจะมีอัตราราคาที่สูงขึ้นทุกไตรมาสเฉลี่ยไตรมาสละ 5% ตามเรตติ้งและความต้องการลงโฆษณาที่เพิ่มขึ้น ขณะที่  utilization rate ในช่วง ไตรมาส 1/60 คาดจะอยู่ที่ 45-50% ซึ่งทำให้WORK พลิกฟื้นกลับมามีกำไรอีกครั้ง แม้ไตรมาส 1/60 เป็นช่วงนอกฤดูกาล โดยกำไรจะขยับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่งวดไตรมาส 2/60 เนื่องจากเป็นช่วง high season ของธุรกิจ จึงคาด utilization rate จะเพิ่มขึ้นเป็น 80%

นอกจากนี้ อัตราค่าโฆษณายังมีโอกาสขยับขึ้นมากกว่าการคาดการณ์ของฝ่ายวิจัย เพราะ Cost per rating point (CPRP) ที่ agency กำหนดให้ WORK ที่ 2.2 หมื่นต่อ 30 วินาที ต่อ 1 เรตติ้ง ยังต่ำกว่าของ ช่อง 7สี และ ช่อง 3 ค่อนข้างมาก ซึ่งอยุ่ที่ 3 หมื่นบาท หาก Agency ขยับขึ้น CPRP ให้กับ WORK AD. Rate จะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยทันที อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยยังอนุรักษ์นิยมคงประมาณการ AD. Rate ปี 60 ที่ 6.2 หมื่นบาทต่อนาทีไว้ก่อน

 

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.เออีซี แนะนำซื้อ”WORK ราคาเป้าหมาย 56 บาท/หุ้นด้วยความแข็งแกร่งด้าน Content ทำให้เรทติ้งช่อง WP ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและเริ่มทยอยปิด gap จากช่อง 3 มากขึ้นเรื่อยๆ โดยผลสำรวจจาก Nielsen พบว่าเรทติ้ง Prime Time ช่วง 1-16 ก.พ.60 ของช่อง WP แซงหน้าช่อง 3 ขึ้นเป็นอันดับ 2 ได้แล้ว ดังนั้นเพื่อสะท้อนปัจจัยบวกข้างต้น จึงปรับสมมติฐาน Ad Rate ปี 60 จากเดิมนาทีละ 6.2 หมื่นบาท เป็น 6.5 หมื่นบาท ส่งผลให้ภายใต้ประมาณการใหม่ คาดปี 60 WORK มีกำไรสุทธิ 535 ล้านบาท โต 169.2% จากปีก่อน

 

นอกจากนี้นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต แนะนำ ซื้อ” WORK ราคาเป้าหมาย 54 บาท/หุ้น โดยกำไร 59 ดีกว่าคาด และจะ Turnaround ตั้งแต่ ไตรมาส 1/60 จึงแนะนำซื้อ ด้วยปัจจัยสนับสนุนจาก ผลการดำเนินงานปี 59 ที่ 199 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากปีก่อนซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 4/59 ขาดทุนน้อยกว่าที่คาดแม้ว่าจะเป็นช่วงไว้อาลัย ขณะที่เม็ดเงินโฆษณาผ่าน Digital TV ฟื้นตัวตั้งแต่ปลายปีก่อน และคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในปีนี้ และการขึ้นค่าโฆษณาตั้งแต่ต้นปี และ Utilization rate โฆษณาที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยสนับสนุนกำไรเติบโตดีตั้งแต่ไตรมาส 1/60 เป็นต้นไป คาดการณ์กำไรปี 60 ทั้งปีที่ 502 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 153% จากปีก่อนขณะที่ทางเทคนิคมีจังหวะฟื้นตัว ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น ด้วยเป้าหมายระยะสั้นที่ 54.0 บาท ที่เป็นจุดสูงสุดเดิม และถัดไปที่ 58 บาท

 

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ การตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button