“ภาวะกระทิง”หนุน”บลูชิพ” 10 เดือนสุดพีค! GPSC นำทีมแชมป์รีเทิร์นสูง 63%

“ภาวะกระทิง”หนุน“บลูชิพ” 10 เดือนสุดพีค! ชู GPSC แชมป์รีเทิร์นสูง 63% พร้อมสอย 5 หุ้นราคาถูก


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจราคาหุ้นของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ตลาดหลักทรัพย์ประเทศไทย SET กลุ่ม SET50 ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา โดยเทียบราคาปิด ณ วันที่ 30 ธ.ค.59-31 ต.ค.60 ซึ่งพบว่าหุ้นส่วนใหญ่ราคาปรับตัวขึ้นมากกว่าลงโดยหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมีทั้งหมด 38 ตัว และมีหุ้นปรับตัวลดลงเพียง 12 ตัว ดังตารางประกอบดังนี้

โดยตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET ปรับตัวขึ้น 11.56% โดยเทียบจากดัชนียืนอยู่ที่ระดับ 1542.94 จุด (30 ธ.ค. 59) มาอยู่ที่ระดับ 1721.37 จุด ( 31 ต.ค.60) บวกไป 178.43 จุด ส่วนดัชนี SET50 ในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวขึ้น 13.46% จากดัชนีที่ยืนอยู่ที่ระดับ 964.84 จุด (30 ธ.ค. 59) มาอยู่ที่ 1094.74 จุด ( 31 ต.ค.60) บวกไป 129.90 จุด

สำหรับแรงซื้อที่เข้ามาหนุนให้ดัชนีพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรง และทำให้ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น หรือตลาดกระทิง (Bull Market) อย่างชัดเจน จะเห็นได้นับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมดัชนียืนแถวๆระดับ 1585 จุด และจากนั้นก็ทะยานขึ้นต่อเนื่องและขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1700 จุด ช่วงเดือนกันยายนจนดัชนีไปทำนิวไฮในรอบ 23 ปี เนื่องจากมีปัจจัยบวกเข้ามาหนุน อาทิ แนวโน้มเศรษฐกิจที่เร่งตัวใน 1-3 ปีข้างหน้า อีกทั้งกำไร SET ทำจุดสูงสุดใหม่ บวกกับการเมืองมีเสถียรภาพ หนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาโครงการ EEC มีความต่อเนื่อง 

อีกทั้งในช่วงเดือนเดือนตุลาคมมีแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นรายตัวที่คาดว่าผลงานไตรมาส 3/60 จะออกมาดี อาทิ หุ้นแบงก์,พลังงาน,ปิโตรเคมี รวมทั้งปัจจัยในประเทศที่แข็งแกร่ง ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจ และกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีหน้าที่เติบโตดีขึ้นรวมทั้งฤดูกาลเม็ดเงิน LTF & RMF ที่มักไหลเข้ามากสุดในไตรมาส 4 ของทุกปีช่วยหนุนให้ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง

โดยหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 38 ตัว ประกอบด้วย  EA,GPSC,MTLS,AOT,TISCO,TOP,DTAC,SPRC,CPN,CBG,IVL,IRPC, ADVANC,KKP,PTTGC,BPP, HMPRO,TCAP, KBANK, TMB,BH,BBL,MINT,ROBINS,INTUCH,EGCO,GLOW,PTT,PSH,CPALL,RATCH,LH,BJC,DELTA,BEM,KTB,SCCC และ GLOBAL  ทั้งนี้หากสังเกตหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจะพบว่า 30 ตัวที่ให้ผลตอบแทนชนะตลาดฯและราคาขึ้นทำจุดสูงสุดตั้งแต่เข้าตลาดฯเป็นส่วนใหญ่

โดยเฉพาะบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ที่ให้ผลตอบแทนสูงสูงสุดในรอบ 10 เดือนกว่า 63% และที่สำคัญปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯเมื่อวันที่ 18 พ.ค.58 

บล.ทิสโก้ แนะนำ “ซื้อ”ราคาเป้าหมาย 60 บาท ปรับประมาณการปี 62 ขึ้น 11% และปรับขึ้น 5% ในปี 61-63 จากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นของโครงการ SPP (602 MW) และ GPSC มีแผนในการเพิ่มอัตรากำไร ทำให้อัตรากำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 6 ไตรมาส โดยคาดอัตรากำไรที่ 16.6% สำหรับปี 60, 17.8% สำหรับปี 61 และ 18.9% สำหรับปี 62

ด้านหุ้นที่ปรับตัวลดลงมีทั้งหมด 12 ตัว อาทิ BTS,SCC,SCB,BDMS,BANPU,TPIPL,PTTEP,CPF,TU,TRUE,KCE และ BLA อย่างไรก็ตามหุ้นที่ปรับตัวลดลงหากมองอีกด้านหนึ่ง ถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะได้เก็บหุ้นพื้นฐานแกร่งราคาถูก เพราะอย่าลืมว่าหุ้นดังกล่าวยังทำกำไรได้ดี และเป็นที่สนใจสำหรับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้จากการสำรวจครั้งนี้มี 5 หุ้นราคาถูกอาทิ TRUE,PTTEP,KTB,BBL และTPIPL ซึ่งมีค่า P/E ต่ำกว่าตลาดฯล่าสุดอยู่ที่ระดับ 18.48 เท่า( 1 พ.ย.) และP/BV ต่ำกว่า 1 เท่า ตรงนี้น่าจะเป็นทางเลือกให้นักลงทุนได้เข้าเก็บหุ้นอีกครั้ง  

อนึ่งโดยทั่วไปหุ้นที่มี P/E ratio สูงหมายถึงว่าเรายอมจ่ายแพงกว่าเพื่อซื้อหุ้นตัวนี้เมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นอีกตัวที่มี P/E ต่ำกว่า ดังนั้นหลายคนมักจะบอกว่า หุ้นที่มี P/E ratio สูงๆ คือหุ้นที่แพง และหุ้นที่มี P/E ratio ต่ำๆ คือหุ้นที่ถูก ดังนั้น การซื้อหุ้นที่มีราคาถูก น่าจะมีโอกาสกำไรมากกว่าซื้อหุ้นที่แพง

ส่วนค่า P/BV (Price/Book Value) ตัวเลขมาตรฐานที่มักจะใช้เป็นฐานก็คือ 1 เท่า หากสามารถซื้อหุ้นที่มีค่า P/BV น้อยกว่า 1 ได้ก็หมายความว่าเราสามารถซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัท)

*ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button