GRAMMY เดินหน้าดันช่อง “ONE31” เข้าตลาด ชูเรือธงธุรกิจผลิตคอนเท้นท์


บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAMMY แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2564 มีมติให้นำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 เม.ย.2564 เพื่อพิจารณาอนุมัติกรอบการนำบริษัทในกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (ONE) ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าของบริษัทฯ แยกออกมาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นการทั่วไปครั้งแรก (IPO) และนำหุ้นสามัญของบริษัทในกลุ่มบริษัท เดอะวัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จํากัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยสัดส่วนหุ้นที่จะเพิ่มทุนเป็นจํานวนร้อยละ 20 ของทุนชําระแล้วทั้งหมดของ ONE ภายหลังการเพิ่มทุน และ มอบอํานาจดําเนินการให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (Group CEO) หรือประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) ของบริษัทฯ ดําเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องและจําเป็นเพื่อให้การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ ONE สามารถดําเนินการได้ สําเร็จลุล่วง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียง การดําเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การใช้สิทธิออกเสียงของกรรมการตัวแทนของ GRAMMY ที่ดํารงตําแหน่งกรรมการใน ONE และการออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ ONE ในฐานะผู้ถือหุ้น ของ ONE เพื่ออนุมัติให้ ONE ดําเนินการที่จําเป็นต่างๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติและความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ฯ ของ ONE รวมถึงการกําหนดนโยบาย การเข้าทําและลงนามในข้อตกลง สัญญา หรือเอกสารในนามของ GRAMMY ภายใต้กรอบการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ ONE ข้างต้น

นอกจากนี้ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ ONE อาจส่งผลให้มีข้อพิจารณาในเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในการดําเนินธุรกิจของกลุ่ม ONE กับกลุ่ม GRAMMY ซึ่งประกอบธุรกิจคล้ายคลึงกันในส่วนของการผลิตเนื้อหารายการ (ผลิตคอนเท้นท์)

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนและมิให้เกิดข้อสงสัยว่ากลุ่ม ONE กับกลุ่ม GRAMMY มีการดําเนินธุรกิจที่แข่งขันกันหรืออาจเข้าข่ายมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 มีมติอนุมัติกําหนดให้ ONE เป็นบริษัทผู้นํา (Flagship) ของธุรกิจผลิตคอนเท้นท์ประเภท ละคร ซีรี่ส์ และรายการที่มุ่งเน้นการออกอากาศผ่านช่องทางโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทีวีเป็นหลักและช่องทางคลื่นความถี่วิทยุกระจายเสียงในระบบ FM โดยระบุรายละเอียดการดําเนินธุรกิจในแบบแสดงรายการข้อมูลประจําปี 2563 (แบบ 56-1) ของบริษัทฯ และเมื่อประกอบกับการปรับโครงสร้างธุรกิจภายในกลุ่มบริษัทฯ โดยการขายหุ้นบริษัท จีเอ็มเอ็มแชนแนล โฮลดิ้ง จํากัดให้แก่ ONE และการเข้าทําสัญญาแต่งตั้งตัวแทนการตลาดของช่อง GMM25 ในช่วงปลายปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทฯ เชื่อว่ากลุ่ม GRAMMY และกลุ่ม ONE จะไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ยังได้พิจารณาอนุมัติแนวทางดําเนินธุรกิจและการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกลุ่มบริษัทฯ และกลุ่มบริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จํากัด ในอนาคตดังนี้ 1) GRAMMY และบริษัทย่อยอื่นในกลุ่ม GRAMMY ไม่มีนโยบายจะขยายธุรกิจเพิ่มเติมในธุรกิจที่ระบุให้ ONE เป็น Flagship ของกลุ่ม

รวมทั้ง 2) GRAMMY จะให้ความร่วมมือในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ONE ในการดําเนินการตามที่จําเป็นเพื่อให้ ONE สามารถแสดงได้ว่ามีกลไกการจัดการเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสํานักงาน ก.ล.ต. เช่น การกําหนดให้บริษัทย่อยเข้าทําข้อตกลงใดๆ กับ ONE เพื่อลดหรือขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เป็นต้น โดยมอบอํานาจดําเนินการให้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (Group CEO) หรือประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) ของบริษัทฯ ดําเนินการในเรื่องที่เกี่ยวข้องและจําเป็นกับแนวทางดังกล่าวซึ่งหากมีความคืบหน้าหรือความชัดเจนประการใด บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป

สำหรับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นของ GRAMMY ได้แก่ 1) เพิ่มทางเลือกในการลงทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน โดยสามารถเลือกลงทุนได้ทั้งในหุ้นสามัญ ของ GRAMMY และ/หรือ ONE ตามนโยบายการลงทุนของผู้ลงทุนแต่ละราย 2) ภายหลังจาก ONE เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หุ้นของ ONE อาจมีมูลค่าสูงขึ้นตามราคา ตลาด ซึ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าหุ้นของ GRAMMY ทางอ้อม

ส่วนผลประโยชน์คาดว่าจะเกิดขึ้นกับ GRAMMY ได้แก่ 1) ภายหลังจากที่ ONE เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มูลค่าของหุ้น ONE จะสะท้อนมูลค่า ตลาดซึ่งเป็นการสะท้อนมูลค่าโดยอ้อมในมูลค่าเงินลงทุนใน ONE ของ GRAMMY, 2) ONE จะสามารถนําเงินที่ได้จากการ IPO ครั้งนี้มาใช้ในการขยายธุรกิจได้ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาส ในการเติบโต และสร้างรายได้และกําไรให้แก่ ONE โดยจะส่งผลทางบวกแก่มูลค่าเงินลงทุนใน ONE ของ GRAMMY

รวมทั้ง 3) เสริมสร้างให้ ONE มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมากขึ้น และเป็นการเพิ่มโอกาสในการเป็น พันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic partner) ระหว่าง ONE และ GRAMMY ในการพัฒนาสื่อหรือ บริการอื่นๆร่วมกันต่อไปในอนาคต และ 4) ONE สามารถนําเงินบางส่วนที่ได้จากการ IPO มาชําระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงินที่ใช้ชําระ ค่าหุ้นของ GMMCH ตามที่ได้เข้าทํารายการซื้อขายหุ้นของ GMMCH เมื่อไตรมาส 4 ปี 2563 ซึ่งอาจทําให้ GRAMMY มีโอกาสได้รับการปลดภาระคํ้าประกันเงินกู้ดังกล่าวบางส่วนได้เร็วขึ้น

ขณะที่ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับ ONE ได้แก่ 1) ได้รับเงินระดมทุนจากการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เพื่อนําเงินที่ได้รับดังกล่าวไปใช้ในการลงทุนและขยายธุรกิจ รวมถึงชําระหนี้บางส่วนของ ONE และ 2 การที่ ONE มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และได้รับเงินจากการระดมทุน จะเป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและอาจได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่ดีขึ้น

รวมทั้ง 3) จากการที่ ONE มีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะส่งเสริมให้ ONE เป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งอาจสร้างความน่าสนใจและดึงดูดต่อนักลงทุนอื่นๆ รวมถึงเพิ่มโอกาสในการสร้าง พันธมิตรทางธุรกิจมากขึ้น นอกจากนี้ การมีสถานะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังส่งผลเชิงบวกต่อการแสวงหาบุคลากรเข้ามาทํางานในบริษัท

อนึ่ง ONE หรือช่อง ONE 31 ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตคอนเทนต์ที่มุ่งเน้นการออกอากาศผ่านช่องทางโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลทีวี

Back to top button