3 หุ้นโรงไฟฟ้าตัวท็อป! โบรกชี้กำไร Q2 โตเด่นต่อเนื่อง-ชูอัพไซด์สูงสุด 40%

3 หุ้นโรงไฟฟ้าตัวท็อป!  โบรกชี้กำไร Q2 โตเด่นต่อเนื่อง รับยอดใช้ไฟฟ้าหน้าร้อน-WFH โควิดระลอก 3 พุ่ง แนะสอยชูอัพไซด์สูงสุด 40%


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจบทวิเคราะห์จาก บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซึ่งได้สรุปภาพรวมตลาดและกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้มานำเสนอนักลงทุน โดยกลยุทธ์สัปดาห์นี้เน้นธีมการลงทุนไปที่หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2564 จะออกมาโดดเด่นต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2564

ขณะเดียวกันในไตรมาส 2/2564 เป็นช่วง High Season ของธุรกิจโรงไฟฟ้า เนื่องจากจะเป็นช่วงที่ภาคครัวเรือนใช้พลังงานไฟฟ้าสูงเพราะเป็นฤดูร้อน ประกอบกับมี WFH จำนวนมากในช่วงโควิด-19 ระบาดระลอกที่ 3 คาดธุรกิจหุ้นโรงไฟฟ้าจะได้ประโยชน์อย่างโดดเด่น

สำหรับหุ้นโรงไฟฟ้าที่โบรกฯคัดเลือกมาแนะนำ ประกอบด้วย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC และ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ซึ่งได้ระบุข้อมูการลงทุนไว้ในในบทวิเคราะห์ดังนี้

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์นี้เน้นธีมการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยมองว่าในไตรมาส 2 จะเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ เนื่องจาช่วงนี้ภาคครัวเรือนใช้พลังงานไฟฟ้าสูง เพราะเป็นฤดูร้อน(และอากาศก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆ) ประกอบกับมี WFH จำนวนมากในช่วงโควิด-19 ระบาดระลอกที่ 3

อีกทั้งความต้องการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมไตรมาส 2/2564 ก็คาดว่าจะสูงขึ้น เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะไตรมาส 2/2563 เป็นช่วง Lockdown เต็มรูปแบบ แต่ไตรมาส 2/2564 มีการผลิตตามปกติ หลายโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิตไฟฟ้าเข้ามาเพิ่ม เช่น BGRIM มี COD โรงไฟฟ้าพลังลม ในไตรมาส 2/2564, GPSC มี COD โรงไฟฟ้า VSPP เป็นต้น

นอกจากนี้ต้นทุนก๊าซยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประเมินว่าปริมาณผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าในไตรมาส 2/2564 จะเพิ่มขึ้นทั้ง เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า และคาดการณ์ว่า Core profit ของธุรกิจโรงไฟฟ้าก็จะขยายตัวได้ดีตามไปด้วยหุ้นเด่นเป็น BGRIM,GPSC,GULF

สำหรับบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM ระบุในบทวิเคราะว่า แนะนำซื้อ (TP 58 บาท,คิดเป็น Upside 39.75% เทียบราคาปิด 41.50 บาท ณ 25 พ.ค.64 )โดยกำไรสุทธิไตรมาส 1/2564 อยู่ที่ 610 ล้านบาท เติบโต 664%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 6%เทียบไตรมาสก่อนหน้า การเติบโตเป็นผลจาก 1) อุปสงค์ไฟฟ้าจากภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว, ต้นทุนก๊าซลดลง (-17%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน,+3%เทียบไตรมาสก่อนหน้า) และค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (SG&A) กลับสู่ระดับปกติ

อุปสงค์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2564 ซึ่งเป็นไปตามปัจจัยฤดูกาล และเปิด ดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าพลังลม 14.8 MW รวมถึงราคาขายไอน้ำขยับขึ้น คาดมาร์จิ้นไตรมาส 2/2564 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากฐานต่ำในไตรมาส 2/2563

สำหรับปัจจัยหนุนปี 2565 คือ การได้รับใบอนุญาตนำเข้า LNG จำนวน 6.5 แสนตัน/ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 65 คาดทำให้บริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้าได้ดีขึ้น คงคำแนะนำซื้อให้ราคาพื้นฐาน 58 บาท อิงกับ SOTP ความเสี่ยงหลัก คือ โรงไฟฟ้าใหม่ล่าช้ากว่าคาด,การผลิตไฟฟ้าทำได้น้อยกว่าคาด,อุปสงค์ไฟฟ้าชะลอตัว และการนำส่งก๊าซจาก PTT

 

ด้านบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ระบุในบทวิเคราะว่า แนะนำซื้อ (TP 95 บาท, คิดเป็น Upside 35.71% เทียบราคาปิด 70.00 บาท ณ 25 พ.ค.64) สำหรับกำไรสุทธิไตรมาส 1/2564 เพิ่มขึ้น +25%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนและ +35% เทียบไตรมาสก่อนหน้า เป็น 1.97 พันล้านบาท ปัจจัยหนุน คือ อุปสงค์จากภาคอุตสาหกรรมฟื้นตัว,ต้นทุนก๊าซลดลง,ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรี เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายดำเนินงานกลับสู่ระดับปกติ

คาดผลประกอบการไตรมาส 2/2564 จะแข็งแกร่งต่อ จากปัจจัยฤดูกาล (ไตรมาส 2 เป็น High season ของธุรกิจไฟฟ้า), โรงไฟฟ้า VSPP และโรงงานแบตเตอรี่เริ่มเปิด ดำเนินงานเชิงพาณิชย์ ในปี 64F บริษัทโฟกัสธุรกิจที่เป็นห่วงโซ่ของแบตเตอรี่ แนะนำซื้อให้ราคาพื้นฐาน 95 บาท

สำหรับปี 2564 โฟกัสธุรกิจที่เกี่ยวกับแบตเตอร์ โดย GPSC ได้ลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อถือหุ้นสัดส่วน 11.1% ใน Anhui Axxiva New Energy Technology Co., Ltd (AXXIVA) ประเทศ จีน ซึ่ง AXXIVA เป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ กำลังการผลิต 1GWh โดยได้ใบอนุญาตใช้เทคโนโลยีของ 24M Technologies Inc. นอกจากนนี้ยังเป็นพันธมิตรกับ OR ในด้านสถานีชาร์ตแบต EV รวมทั้งเซ็น MOU กับบริษัท Swap & Go เพื่อศึกษาพัฒนาแบตเตอรี่ G-cell สำหรับรถจักรยานยนต์

 

ด้าน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ระบุในบทวิเคราะว่า แนะนำซื้อ (TP 39.25 บาท,คิดเป็น Upside 18.93% เทียบราคาปิด 33 บาท ณ 25 พ.ค.64) โดย GULF ทยอยซื้อหุ้น INTUCH โดย ณ วันที่ 16 เม.ย.2564 ถือหุ้นจำนวน 606.878 ล้านหุ้น (คิดเป็น 18.93% ของทุนเรียกชำระ) ขณะที่บอร์ด GULF ได้มีมติให้บริษัทรับซื้อหุ้น INTUCH ที่เหลือทั้งหมด@65 บาท/หุ้น และรับซื้อ ADVANC (ตามกฎเกณฑ์)@122.86 บาท/หุ้น ส่วน THCOM ขอผ่อนผันก.ล.ต.ไม่ทำเทนเดอร์ฯ

ทั้งนี้หากมองเจตนาอยากได้แค่ INTUCH โดยบริษัทเชื่อว่าจากนี้ไปธุรกิจจะต้อง Run บน Digital platform เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ผู้บริหาร GULF ระบุว่า จะไม่เพิ่มทุนโดยจะใช้เงินกู้ยืมราว 1.2-1.3 แสนล้านบาท ในการทำเทนเดอร์ฯ INTUCH และหลังรวมกับ INTUCH แล้ว สัดส่วน D/E จะไม่เกินเพดานที่ 3.5 เท่า เพราะ INTUCH มีหนี้น้อย,D/E ต่ำ

ทั้งนี้มีสมมติฐานว่าทาง Singtel ไม่ขายหุ้น INTUCH ที่ถืออยู่ 21% โดยดีลนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ GULF ได้หุ้น INTUCH สูงกว่า 50% ขึ้นไป อย่างไรก็ตามจากนี้ GULF จะไม่สามารถซื้อหุ้น INTUCH ในกระดานได้อีกจนกว่าเทนเดอร์ฯจะแล้วเสร็จ โดย GULF จะประชุมผู้ถือหุ้น 24 มิ.ย.นี้ ส่วนกระบวนการเทนเดอร์ฯ คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายก.ค.-ต้นส.ค.2564

ทั้งนี้ข้อมูลที่มีการนำเสนอข้างต้น เป็นเพียงข้อแนะนำจากข้อมูลพื้นฐานเพื่อประกอบการตัดสินใจของนักลงทุนเท่านั้น และมิได้เป็นการชี้นำ หรือเสนอแนะให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆการตัดสินใจซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ของผู้อ่าน ไม่ว่าจะเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นผลจากการใช้วิจารณญาณของผู้อ่าน

Back to top button