DDD ย้ำเป้ารายได้ปี 64 โต 25-30% ลุ้นครึ่งปีหลังฟื้นตัวเด่น เล็งปิดดีลซื้อกิจการ 1 ราย


นายปิยวัตร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงิน บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD นำเสนอข้อมูลภาพรวมธุรกิจบริษัทและสรุปผลประกอบการไตรมาส 1/2564 สิ้นสุด 31 มี.ค.2564 รวมทั้งแผนธุรกิจในปี 2564 ในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 7 มิ.ย.2564 ว่า บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะรายได้ในไตรมาส 2/64 น่าจะปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่เดือนเม.ย.64 ส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่ของบริษัทจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) และยังกระทบต่อการออกสินค้าใหม่ในหลายผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะออกมาในไตรมาส 2 นี้ ต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจาก Sentiment ของตลาดยังชะลอตัว

นอกจากนั้น บริษัทยังได้รับผลกระทบจากการที่ประเทศฟิลิปปินส์มีการล็อกดาวน์เนื่องจากยังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ค่อนข้างมาก  ดังนั้นจึงพยายามกระจายความเสี่ยงไปในหลายช่องทาง นอกจากช่องทางโมเดิร์นเทรด หรือร้านขายยาต่างๆ ที่เป็นช่องทางหลัก โดยมามุ่งเน้นออนไลน์มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมนำสินค้ายาสีฟัน Sparkle ไปวางขายในประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนมิ.ย.นี้

ขณะที่แผนการขยายตลาดไปยังประเทศอื่นนั้น ปัจจุบันบริษัทก็อยู่ระหว่างพิจารณาตลาดหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น

อีกทั้งบริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจาซื้อกิจการ (M&A) มากกว่า 1 ดีล โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในปีนี้ 1 ดีล ส่วนความคืบหน้าของผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกัญชาและกัญชง ปัจจุบันก็อยู่ระหว่างศึกษาร่วมกันกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่จะออกมาแก้ปัญหาเรื่องผิวของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี คาดว่าจะเห็นความคืบหน้าภายในปีนี้

อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ปีนี้เติบโต 25-30% จากปีก่อน โดยเชื่อว่าครึ่งปีหลังภาพรวมผลการดำเนินงานน่าจะปรับตัวดีขึ้น จากการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคกลับมาจับจ่ายใช้สอยได้อีกครั้ง ประกอบกับ บริษัทยังเตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะเน้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ, ผลิตภัณฑ์ที่เข้ามาตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องทำงานจากที่บ้าน หรืออยู่บ้านกันมากขึ้น เช่น Lesasha Natural Hair Mask เป็นต้น รวมถึงจะมุ่งเน้นไปยังผลิตภัณฑ์อาหารเสริมมากขึ้นด้วย โดยอยู่ระหว่างร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาสูตรร่วมกัน คาดว่าจะสามารถออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้

ด้าน นางสาวทรงทิพย์ โคตรวิบูลย์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี DDD เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 311 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% เมื่อเทียบจากไตรมาส 1 ปี 2563 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 190 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 256 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผลขาดทุน 11 ล้านบาท

โดยมีสัดส่วนรายได้ ดังนี้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (Skin Care) 28% ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (Cleansing) 9% ผลิตภัณฑ์ป้องกันแดดและเครื่องสำอาง (Sunscreen and Cosmetics) 5% กลุ่มผลิตภัณฑ์ Equipment 35% กลุ่มสินค้า Consumers Goods 22% และ Gift Set 2% ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าจากการควบรวมกิจการกับบริษัท คิวรอน จำกัด ส่งผลให้บริษัทฯ สินค้าที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Equipment และกลุ่มสินค้า Consumers Goods มีสัดส่วนการขายรวมกันมากกว่า 50% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัทฯ

ส่วน คุณศิริลักษณ์ อิสระนิมิตกุล นักลงทุนสัมพันธ์ DDD เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้นำผลิตภัณฑ์ Snail White และ OXECURE ขยายตลาดไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ผ่านช่องทางขายโมเดิร์นเทรด ราว 150 สาขา และช่องทาง E-Commerce ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีโดยเฉพาะช่วงที่มีการจัดโปรโมชั่นใน shopee, lazada เป็นต้น

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มองว่าเศรษฐกิจในประเทศไทยจะยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยยังไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นบริษัทฯ จึงอาจเลื่อนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกไปก่อนจากเดิมมีแผนการเปิดตัวประมาณปลายไตรมาส 2 ปี 2564

ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นในเรื่องของการควบคุมต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นออกไป นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการทำการตลาดออนไลน์เพิ่ม โดยการใช้เน็ตไอดอล, influencer ช่วยโปรโมทผลิตภัณฑ์ เพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้น รวมถึงให้โอกาสให้พนักงานเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัทในกลุ่มได้ด้วยเช่นกัน

 

Back to top button