
“คลัง” ไม่ทบทวนเกณฑ์คัดกรอง “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” รอบใหม่ ยันประกาศผล 17 ก.ค.นี้
ปลัดคลัง ยืนยันไม่ทบทวนเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 พร้อมประกาศผลผู้ผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์ 17 ก.ค.นี้ ตามไทม์ไลน์เดิม และเปิดอุทธรณ์สิทธิ 18-31 ก.ค. ย้ำเกณฑ์ทั้งหมดผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ มุ่งคัดกรองสิทธิให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (5 มิ.ย.69) นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ว่า การปรับปรุงฐานข้อมูลผู้ถือบัตรรอบใหม่ในครั้งนี้ ถือเป็นการใช้ “ตะแกรงร่อนที่ถี่และละเอียดขึ้น” เพื่อคัดคนที่ไม่จนจริงออกไปจากระบบ และจะไม่มีการทบทวนเกณฑ์ใหม่ แม้เผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมยืนยันว่า เกณฑ์ทั้งหมดผ่านการพิจารณามาอย่างรอบคอบแล้ว
นายลวรณ กล่าวว่า ผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมทุกคนต้องกดยืนยันสิทธิ เพื่อเข้าสู่การคัดกรองด้วยเกณฑ์ใหม่ หากไม่ดำเนินการ จะถือว่าหลุดจากโครงการทันที และในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 จะสรุปและประกาศยอดผู้ที่ผ่านเกณฑ์และหลุดเกณฑ์ พร้อมระบุเหตุผลชัดเจนว่า หลุดจากเกณฑ์ข้อใด เพื่อความเป็นธรรม
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเปิดให้ผู้ที่หลุดเกณฑ์สามารถยื่นอุทธรณ์ในช่วงวันที่ 18-31 กรกฎาคม 2569 และกำหนดประกาศผลการอุทธรณ์ในวันที่ 10 กันยายน 2569
ส่วนการลงพื้นที่สำรวจของกระทรวงมหาดไทยเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ตกหล่นเข้าสู่ระบบนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะมีรายชื่อเพิ่มขึ้นประมาณหลักล้านราย และทุกรายต้องได้รับการยืนยันสภาพความเป็นอยู่จริงจากผู้นำท้องถิ่น
“ผู้ที่อยู่ระหว่างการรอผลอุทธรณ์จะยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือตามสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือนสิงหาคมและกันยายน แต่รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการอื่นเข้ามารองรับเพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับกลุ่มนี้ต่อไป” นายลวรณ กล่าว
สำหรับภายหลังการคัดกรองแล้ว ทางรัฐบาลประเมินว่างบประมาณที่ใช้สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะลดลงจากปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 4,700 ล้านบาทต่อเดือนอย่างแน่นอน โดยยืนยันว่า เป้าหมายหลักไม่ได้อยู่ที่การลดงบประมาณ แต่อยู่ที่ความถูกต้องในการนำคนที่ไม่จนจริงออกจากระบบ
ส่วนเรื่องเกณฑ์ตัดสิทธิจากการหักลดหย่อนภาษีพ่อแม่ ทางรัฐบาลจะดึงข้อมูลมาตรวจสอบว่าได้เลี้ยงดูพ่อแม่จริงหรือไม่ หากไม่ได้เลี้ยงดูจริง พ่อแม่สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อขอรับสิทธิคืนได้
“กระทรวงการคลังจะยืนข้างพ่อแม่ในฐานะเจ้าของสิทธิที่แท้จริง และลูกที่นำชื่อพ่อแม่ไปใช้จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในปีถัดไปได้” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวย้ำ
ขณะที่ประเด็นหนี้สินเกิน 100,000 บาท จะตรวจสอบข้อมูลกับเครดิตบูโร หากพบว่า มีหนี้ในระบบสถาบันการเงินเกินหลักแสนบาทจะถูกตัดสิทธิทันที เนื่องจากการกู้เงินหลักแสนบาทได้ แสดงว่าทางสถาบันการเงินประเมินแล้วว่าผู้กู้มีทรัพย์สิน รายได้ และศักยภาพในการผ่อนชำระเพียงพอ ซึ่งแปลว่า “ไม่ใช่คนจนที่สุด” และเกณฑ์ข้อนี้จะทำให้คนหลุดจากสิทธิเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังย้ำว่าไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อตรวจจับผู้กระทำผิดหรือทำการตรวจสอบภาษีย้อนหลัง เนื่องจากกระบวนการในครั้งนี้เป็นเพียงการนำฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในอดีตมาเชื่อมโยงและเปรียบเทียบกัน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิตามเกณฑ์เท่านั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ลวรณ” ยันใช้ยาแรง ลูกอ้างสิทธิพ่อแม่ลดหย่อนภาษีแต่ไม่ดูแล “อกตัญญู” เข้าข่ายโกงภาษี

