
PSGC เซ็นบิ๊กโปรเจ็กต์ขายถ่านหิน 10 ล้านตัน บุ๊กรายได้ 10 ปี
PSGC เดินหน้ารุกห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานในเวียดนาม หลังเข้าลงทุนใน Nam Tien พร้อมทำสัญญาซื้อขายถ่านหินระยะยาว 10 ปี รองรับความต้องการพลังงานในภูมิภาค
นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าลงทุนในบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) อย่างเป็นทางการ ภายหลังธุรกรรมแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ส่งผลให้ PSGC ถือหุ้นใน NT สัดส่วน 64% ของทุนจดทะเบียนที่มีสิทธิออกเสียง และทำให้ NT เป็นบริษัทย่อยที่ต้องรวมงบการเงินของกลุ่มบริษัทตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นต้นไป
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากโครงการริเริ่มด้านเหมืองแร่และทรัพยากรที่บริษัทดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2568 และสะท้อนแผนงานระยะยาวในการขยายสู่ธุรกิจพลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในภูมิภาค โดย PSGC ได้เข้ามามีส่วนร่วมในธุรกิจบริหารจัดการเหมืองแร่ การให้บริการแปรรูปถ่านหิน และการค้าถ่านหินเชิงพาณิชย์ ผ่านการลงทุนใน NT ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานของภูมิภาค
ทั้งนี้ NT ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการดำเนินงานและรับซื้อถ่านหินจากบริษัท Xekong Power Plant Limited (XPPL) ซึ่งเป็นสัมปทานเหมืองถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดใน สปป.ลาว ที่มีปริมาณถ่านหินสำรองกว่า 600 ล้านตัน
พร้อมกันนี้ NT ยังได้ทำสัญญาซื้อขายถ่านหินระยะยาว (Off-take Agreements) กับรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานรายใหญ่ของเวียดนาม 2 แห่ง รองรับปริมาณการส่งมอบในระดับ 4–5 ล้านตันต่อปี ภายใต้ข้อตกลงระยะยาว 10 ปี และสามารถขยายศักยภาพในการส่งมอบได้ถึง 10 ล้านตันต่อปี
นายเดวิด กล่าวว่า การลงทุนใน NT เข้ามาเป็นบริษัทย่อยถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากรายได้หลักที่มาจากโครงการก่อสร้าง ไปสู่รูปแบบธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่องจากการดำเนินงาน ซึ่งเชื่อมโยงกับความต้องการพลังงานในภูมิภาค โดยการรวมงบการเงินจาก NT จะเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 และคาดว่าจะเป็นส่วนสำคัญต่อโครงสร้างรายได้ของบริษัทในระยะต่อไป
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม PSGC และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 2,724.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 377.5 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากโครงการก่อสร้างที่อยู่ระหว่างดำเนินการ แบ่งเป็นรายได้จากงานก่อสร้าง 2,656.9 ล้านบาท และรายได้อื่น 67.7 ล้านบาท ขณะที่กำไรเบ็ดเสร็จรวมทั้งปีอยู่ที่ 358.8 ล้านบาท
ณ สิ้นปี 2568 กลุ่มบริษัทมีกำไรสะสมยังไม่ได้จัดสรรจำนวน 2,025.6 ล้านบาท โดยเมื่อเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจถ่านหินตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นต้นไป บริษัทจะพิจารณาการจ่ายเงินปันผลในอนาคต จากแนวโน้มผลประกอบการจากการดำเนินงานของ NT ควบคู่กับผลการดำเนินงานโดยรวม สภาพคล่องทางการเงิน และความจำเป็นในการลงทุนระยะยาวของกลุ่มบริษัทต่อไป

