
CENTEL บวกต่อ 2% รับงบ Q4/68 โตแกร่ง ท่องเที่ยวฟื้น หนุนมาร์จิ้น-กำไร
CENTEL ปรับตัวบวกต่อ 2% หลังประกาศงบไตรมาส 4/2568 แข็งแกร่ง กำไรโตเกินคาด จากธุรกิจโรงแรมและอาหารฟื้นตัว หนุนโบรกฯ ปรับเพิ่มประมาณการและราคาเป้าหมายใหม่ที่ 42 บาท มองกำไรปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (25 ก.พ.69) ราคาหุ้น บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด หรือ CENTEL ณ เวลา 11:04 น. อยู่ที่ระดับ 39 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 6.12% ราคาสูงสุด 39 บาท ราคาต่ำสุด 37.75 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 261.32 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยบทวิเคราะห์หุ้น CENTEL ระบุว่า บริษัทมีกำไรปกติไตรมาส 4 ปี 2568 (4Q25) อยู่ที่ 783 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 309% จากไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าที่ตลาดคาด 13% และสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 12% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจอาหารที่ดีกว่าคาด ขณะที่ธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์เริ่มมีผลกำไรเล็กน้อยเข้ามาช่วยหนุน จากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน 80 ล้านบาท
ด้านธุรกิจโรงแรมมีรายได้ต่อห้องพัก (ReVPAR) เป็นไปตามคาด โดยเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 35% จากไตรมาสก่อน จากการเติบโตในทุกประเทศ โดยประเทศไทยเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 22% จากไตรมาสก่อน โดยเฉพาะโรงแรมต่างจังหวัดที่เติบโต 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 27% จากไตรมาสก่อน สูงกว่ากรุงเทพมหานครที่เพิ่มขึ้น 2% และ 14% ตามลำดับ หลังการปรับปรุงโรงแรมแล้วเสร็จ ขณะที่มัลดีฟส์เพิ่มขึ้นโดดเด่น 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 89% จากไตรมาสก่อน จากฐานต่ำในปีก่อน ส่วนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 13% จากไตรมาสก่อน และดูไบเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 67% จากไตรมาสก่อน
สำหรับธุรกิจอาหาร ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลงตามคาด 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนที่ทรงตัว และจากไตรมาสก่อนที่เพิ่มขึ้น 1% เนื่องจากผลกระทบจากโครงการคนละครึ่ง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 46.2% จาก 34.6% ในช่วงเดียวกันปีก่อน และจาก 42.8% ในไตรมาสก่อนหน้า จากต้นทุนอาหารที่ลดลงเป็นหลัก ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to sales) อยู่ที่ 38% เพิ่มขึ้นจาก 35% ในช่วงเดียวกันปีก่อน และจาก 43% ในไตรมาสก่อนหน้า จากผลของฤดูกาลท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ในไตรมาสดังกล่าวบริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 64 ล้านบาท และมีการกลับรายการด้อยค่าสินทรัพย์ของบริษัทย่อย 127 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 508% จากไตรมาสก่อนหน้า
ฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569–2570 เพิ่มขึ้น 5–6% จากเป้าหมายปี 2569 ที่บริษัทให้ไว้ โดยคาดว่า ReVPAR จะอยู่ที่ระดับ 4,600–4,800 บาท ทำให้มีการปรับเพิ่ม ReVPAR ขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 4,600 บาท พร้อมปรับอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นเป็น 42.9% จากเดิม 41.8% จากการฟื้นตัวของธุรกิจอาหาร ส่งผลให้คาดกำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 2.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน
นอกจากนี้ คาดว่าการดำเนินงานในมัลดีฟส์จะขาดทุนลดลงเหลือประมาณ 100 ล้านบาท จากปี 2568 ที่ขาดทุนราว 260 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมจำนวนนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวดีจากฐานต่ำในปีก่อน และคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 1 ปี 2569 จะมีโอกาสเติบโตได้ทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของไทยและมัลดีฟส์
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 42.00 บาท จากเดิม 40.00 บาท อิงวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ที่ WACC 8.6% และอัตราการเติบโตระยะยาว 1.5% โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 10 เท่า คิดเป็นระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 8 ปีที่ -1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)
