“เพื่อไทย” นำ สส.เขต รายงานตัวสภา ปัดข่าว “ภูมิใจไทย” ตีกลับรายชื่อ รมต.พรรคยังไม่ส่งโผ
“ยศชนัน–จุลพันธ์” นำ 21 สส.เขต พรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวสภาฯ ปัดข่าว “ภูมิใจไทย” ตีกลับชื่อรัฐมนตรี ย้ำยังไม่ส่ง ส่วนกระแสวางตัวกระทรวง อว. ขอให้รอความชัดเจนจากพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภาว่า วันนี้ (27 ก.พ.69) แกนนำพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศสวัสดิ์ ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรค นำ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 21 คน เข้ารายงานตัวต่อสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
นายยศชนัน ปฏิเสธกระแสข่าวว่าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตีกลับรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย โดยระบุว่า “ไม่จริงครับ ไม่มีเรื่องนี้ครับ เป็นลักษณะแค่เรามีการคุยภายในว่าเราต้องพร้อมที่จะทำงานในทุกรูปแบบ เพราะตอนนี้จะเป็นช่วงที่มีการคิด มีการทำหลายอย่าง ตอนนี้มีแค่นี้ครับ”
ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวโควต้ากระทรวงที่พรรคเพื่อไทยอาจได้รับ ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงแรงงาน ว่า พรรคยังไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องการแบ่งคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่า การหารือกับพรรคภูมิใจไทยในเบื้องต้น หลังได้รับเชิญเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล เป็นการพูดคุยแนวทางการทำงานร่วมกันในอนาคต ยังไม่ได้หารือว่าแต่ละพรรคมีความถนัดด้านใด หรือจะจัดสรรกระทรวงอย่างไร
ในฐานะที่ไม่ใช่พรรคอันดับ 1 จำเป็นต้องรอให้พรรคอันดับ 1 รวบรวมเสียงให้ครบถ้วน โดยยอมรับว่า ได้ยินจากข่าวเช่นกันว่าเสียงสนับสนุนใกล้แตะ 300 เสียง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถเดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลได้ หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของพรรคแกนหลักที่จะนัดหารือเรื่องบุคลากรและนโยบายร่วมกัน
เมื่อถามว่าอำนาจการเลือกรัฐมนตรีตามกระทรวงที่จะได้โควต้านั้นเป็นของพรรคเพื่อไทยเต็มที่หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า อำนาจแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีตามกฎหมายเป็นของนายกรัฐมนตรี ขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อมีการรับรอง สส.แบบแบ่งเขตแล้ว จะมีการรับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในช่วงปลายเดือน เพื่อเลือกประธานสภาฯ จากนั้นอีกประมาณ 1 สัปดาห์ จึงจะมีการโปรดเกล้าฯ เปิดประชุมเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี และภายหลังการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้วจะมีความชัดเจน สู่ขั้นตอนการส่งรายชื่อเพื่อตรวจสอบและเสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี
“การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลการหารือร่วมกันเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งตนเชื่อว่า จากประสบการณ์ที่เคยทำงานร่วมกับนายอนุทิน เชื่อว่าการพูดคุยลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเพื่อให้ราบรื่นและเข้าใจตรงกัน ย้ำพรรคเพื่อไทยยังไม่ส่งชื่อ และไม่มีการตีกลับใด ๆ ตนพูดคุยเองเมื่อวานนี้กับแกนนำพรรคภูมิใจไทย” นายจุลพันธ์ ระบุ
“การที่มีการข่าวออกมา มันอาจไม่ใช่การปล่อย แต่อาจเป็นความเข้าใจของสังคม หรือสื่อบางส่วนที่ฟังข่าวมาแล้วลงเป็นความเคลื่อนไหว ไม่ได้เป็นผลเสียหรือผลร้ายใด ๆ เพราะพรรคยืนยันในคุณสมบัติของผู้สมัครและแคนดิเดตรัฐมนตรีทุกคน อย่างแรกยังไม่ได้ยื่นชื่อ เพราะหัวหน้าพรรคต้องเป็นผู้ดำเนินการยื่น และบุคลากรที่มีชื่อในข่าวเป็นบุคลากรที่ทรงคุณค่าของพรรค การทำงานที่ผ่านมา ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติไม่มีเรื่องด่างพร้อย ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ข่าวลักษณะนี้ไม่มีมูล ไม่มีเหตุเริ่มต้น” นายจุลพันธ์ กล่าว
นายจุลพันธ์ ยังยืนยันว่า ภายในพรรคเพื่อไทยไม่มีคลื่นใต้น้ำ และเมื่อเปิดสภาฯ พรรคเตรียมยื่นร่างกฎหมายกว่า 20 ฉบับ
ส่วนกรณีกระแสข่าวว่าพรรคแกนนำต้องการคนรุ่นใหม่เข้าร่วมคณะรัฐมนตรี นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มีการหารือกันภายใน เช่นเดียวกับการเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานวันแรก ทั้งการประเมินปัญหาประเทศและสถานการณ์โลก พร้อมย้ำว่าการทำงานในปัจจุบันไม่สามารถทำงานแบบแยกส่วนเฉพาะกระทรวงได้ ต้องเป็นผู้ที่สามารถทำงานร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อผลักดันประเทศไปข้างหน้า
เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวว่าถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายยศชนัน กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ หากมีความชัดเจน พรรคจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง พร้อมระบุว่า พรรคได้เตรียมการบ้านไว้ทุกกระทรวง
เมื่อถูกถามว่า เหมือนกระทรวงที่เป็นเผือกร้อนจะถูกจัดสรรมาให้พรรคเพื่อไทย นายยศชนัน กล่าวว่า “ไม่มีเรื่องเผือกร้อน เรื่องเกี่ยวกับประเทศ ผมคิดว่าไม่น่ามีใครกล้าพูดว่ากระทรวงเกรด A B C เพราะทุกกระทรวงมีความสำคัญทั้งหมด”
สำหรับกรณีที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่านายทักษิณ ชินวัตร น่าจะวางมือทางการเมืองหลังการพักโทษ นายยศชนัน ระบุว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ขณะที่พรรคเพื่อไทยดำเนินการในรูปแบบของพรรคการเมืองตามปกติ

