
นายกฯ สยบข่าวลือน้ำมันหาย ยันสต๊อกไทยเกิน 100 วัน ไม่มีลอบส่งออก ชี้ตลาดป่วนจากการกักตุน
นายกรัฐมนตรี ออกโรงย้ำสถานการณ์น้ำมันไทยยังมั่นคง สต๊อกสำรองมากกว่า 100 วัน เพียงพอต่อการใช้งานทั่วประเทศ ปฏิเสธข่าวลักลอบส่งออก ชี้ความปั่นป่วนเกิดจากการกักตุนของบางกลุ่ม ทำให้ประชาชนเข้าใจคลาดเคลื่อน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ถึงสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ
ภายหลังการแถลงข่าว ผู้สื่อข่าวสอบถามกรณีสถานีบริการน้ำมันในจังหวัดสงขลาปิดให้บริการ 4 แห่ง โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ผู้บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ชี้แจงว่า ความต้องการใช้น้ำมันของประชาชนที่เพิ่มสูงกว่าปกติ ส่งผลให้น้ำมันจำหน่ายหมดเร็วกว่ารอบการขนส่ง อย่างไรก็ตาม ระบบจัดส่งยังเป็นไปตามแผน และมีการเติมน้ำมันเข้าสถานีบริการทุกวัน
กรณีรายงานว่าสถานีบริการบางแห่งอาจได้รับการจัดส่งน้ำมันล่าช้าจนต้องปิดให้บริการชั่วคราว นายกรัฐมนตรีระบุว่าได้รับการยืนยันแล้วว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้น โดย OR ชี้แจงเพิ่มเติมว่าอาจเป็นความคลาดเคลื่อนด้านรอบการขนส่ง และคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในวันถัดไป
ด้าน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีสถานีบริการที่มีรายงานว่าได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นสถานีในเครือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ว่า ระบบจำหน่ายน้ำมันขายส่งยังดำเนินการได้ตามปกติ และยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดผู้ประกอบการรายดังกล่าว จำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
ผู้บริหาร OR ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ได้เพิ่มเรือขนส่งน้ำมันเสริมในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีเรือเข้าทุกวัน สถานการณ์ขาดแคลนอาจเกิดจากช่วงรอยต่อของการขนส่ง ซึ่งเป็นระยะเวลาสั้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ไม่ปกติ เกิดจากการกักตุนของประชาชน จากความกังวลด้านราคาและปริมาณสำรอง ทั้งที่ข้อมูลจาก กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันว่าไทยมีกำลังการผลิตน้ำมันเพียงพอ โดยก่อนวันที่ 1 มีนาคม มีกำลังการผลิตเฉลี่ย 67 ล้านลิตรต่อวัน และปัจจุบันยังมีกำลังการผลิตรวม 77 ล้านลิตรต่อวัน คาดว่าจะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการปรับสมดุลตลาด โดยรัฐบาลจะอัดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบเพิ่มเติม
“ใครทำให้น้ำมันขาดแคลน ตอบไม่ได้ เพราะน้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แต่มีการกักตุนมากเกินไป ปัจจุบันไทยมีปริมาณสำรองกว่า 100 วัน และศักยภาพการนำเข้าน้ำมันดิบยังเป็นปกติ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
ด้าน อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังอุดหนุนราคาน้ำมันได้ตามปกติ โดย OR จำหน่ายน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อย (จ๊อบเบอร์) เฉลี่ย 3-5 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในภาวะปกติ แต่ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มสูงผิดปกติ
ส่วนกรณีสถานีบริการน้ำมันปิดให้บริการ 231 แห่งนั้น นายพิพัฒน์ชี้แจงว่า สถานีบริการแบ่งเป็น 2 ประเภท คือสถานีที่มีบริษัทแม่ดูแล และสถานีอิสระที่ไม่มีบริษัทแม่ หากเป็นสถานีอิสระจะต้องบริหารความเสี่ยงด้านสต๊อกเอง เมื่อเกิดภาวะวิกฤตจึงได้รับผลกระทบมากกว่า
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยืนยันว่า ระหว่างวันที่ 1–18 มีนาคม ไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา บราซิล มาเลเซีย ออสเตรเลีย เวียดนาม บรูไน และ ลิเบีย รวมปริมาณกว่า 3.3 พันล้านลิตร ยืนยันปริมาณน้ำมันเพียงพอ โดยจะเพิ่มการอัดน้ำมันสำรองเข้าสู่ระบบ และผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการขนส่ง เพื่อให้การกระจายเชื้อเพลิงมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันด้วยว่า ไม่มีการลักลอบส่งออกน้ำมันผ่าน ลาว ไปยัง กัมพูชา โดยปัจจุบันไทยส่งออกน้ำมันไปเพียง 2 ประเทศ คือ ลาว และ เมียนมา ด้วยเหตุผลด้านความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์พลังงาน
สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ปัจจุบันมีเงินสดในมือกว่า 20,000 ล้านบาท โดยแม้รอบการชดเชยจะคิดเป็นรายเดือน แต่ยังมีสภาพคล่องเพียงพอ และสามารถดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานได้ต่อเนื่อง
รัฐบาลย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นภาวะความต้องการใช้น้ำมันสูงผิดปกติ (Overload) ไม่ใช่การขาดแคลนเชิงโครงสร้าง และขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการกักตุน เพื่อให้ระบบกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

