
ดีอี สั่ง NT เฝ้าระวัง 24 ชม. รับมือเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลางขัดข้อง
“รมว.ดีอี” สั่งการ “NT” เฝ้าระวัง “เคเบิลใต้น้ำ” ตะวันออกกลาง เตรียมสำรอง ย้ำมั่นใจไม่กระทบประชาชนและภาคธุรกิจไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 มี.ค.69) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่หลายฝ่ายมีความกังวลต่อสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อโครงข่ายสื่อสารระหว่างประเทศ ตนได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการเตรียมความพร้อม ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมหลักของประเทศ
ปัจจุบัน NT ได้เตรียมความพร้อมของโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ และจุดเชื่อมต่อ Internet Gateway ในหลายภูมิภาค อาทิ สิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกาและยุโรป ทั้งในรูปแบบ Transit และ Peering ซึ่งเชื่อมโยงออกจากไทยผ่านภาคพื้นดิน และทางทะเลผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำที่ NT ร่วมลงทุน 6 ระบบ
โดยมีระบบสำรองที่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น หากเคเบิลใต้น้ำในภูมิภาคตะวันออกกลางขัดข้อง จะสามารถถ่ายโอน (Rerouting) ทราฟฟิกผ่านไปยังจุดเชื่อมต่ออื่น ๆ ได้เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยยังคงมีเสถียรภาพ และจะมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
นายไชยชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ NT ได้จัดการรายงานประเมินสถานการณ์ความเสี่ยงต่อผลกระทบ หากกรณีระบบเคเบิลใต้น้ำตะวันออกกลางเกิดเหตุขัดข้อง พร้อมแผนสำรองในการบริหารจัดการความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยจัดแผนประเมินความรุนแรงของสถานการณ์ในระดับต่าง ๆ ซึ่งจะมีการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อความมั่นคงของระบบสื่อสารโทรคมนาคมไทย เพิ่มมาตรการและเตรียมความพร้อมด้านเครือข่าย โดยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและภาคธุรกิจของประเทศ

