“ดร.ปณิธาน” ชี้สหรัฐ–อิหร่านคุยลับผ่านคนกลาง ส่ง “ของขวัญ” ก่อนขึ้นโต๊ะเจรจา

“ดร.ปณิธาน” ชี้สหรัฐฯ–อิหร่าน คุยลับผ่านคนกลางอย่างน้อย 3 ประเทศ ระบุมี “ของขวัญ” เปิดทางก่อนเจรจา ขณะสหรัฐฯ เร่งจบเกมลดผันผวน แต่อิสราเอลยังเดินหน้าปฏิบัติการทางทหาร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ กล่าวในรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand” วันที่ 25 มีนาคม 2569 ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในหลายแหล่ง พบว่า มีการพูดคุยระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แต่เป็นการพูดคุยผ่านคนกลางอย่างน้อย 3 ประเทศ โดยหนึ่งในนั้นคือปากีสถาน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับทั้งสองฝ่าย และมีช่องทางติดต่อที่ยังไม่เป็นทางการ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนว่าจะมีการยกระดับเป็นทางการในช่วงสุดสัปดาห์นี้หรือไม่

รศ.ดร.ปณิธาน ระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการเจรจาค่อนข้างมาก อาจรอให้กำลังทหารเข้ามาสมทบเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และต้องการลดความผันผวนของสถานการณ์ โดยอาจประเมินประเด็นช่องแคบฮอร์มุซต่ำไป ขณะที่อิหร่านไม่ได้เร่งเจรจาเท่ากัน แต่มีบุคคลสำคัญ 2 ตำแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และประธานรัฐสภา ซึ่งมีท่าทีชัดเจน อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังมีเวลา โดยขณะนี้สามารถส่งออกน้ำมันได้มากขึ้น และต้องการหลักประกันว่าจะไม่ถูกโจมตีเพิ่มเติม

ส่วนอิสราเอลถูกมองว่า เป็นฝ่ายที่ต้องการยืดสถานการณ์ออกไป แม้จะส่งสัญญาณพร้อมพูดคุย แต่ปฏิบัติการทางทหารยังไม่สิ้นสุด ทำให้สหรัฐฯ ต้องคำนึงถึงเงื่อนไขที่อิสราเอลยอมรับได้ โดยขณะนี้อิสราเอลยังคงเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่อง

สำหรับท่าทีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รศ.ดร.ปณิธาน กล่าวว่า ยังประเมินได้ยาก เนื่องจากมีลักษณะการดำเนินเกมที่ซับซ้อน แต่มีความเห็นว่า หากพิจารณาจากท่าทีภายในพรรครีพับลิกัน อาจมีความเสี่ยงทางการเมือง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยทรัมป์มี 2 ทางเลือก คือ การกดดันให้เกิดการเจรจา หรือประกาศความสำเร็จจากปฏิบัติการที่ผ่านมา

ทั้งนี้ หากจบโดยไม่แพ้หรือไม่เสียศักดิ์ศรีมากนัก สหรัฐฯ ก็อยากจะจบ เพื่อลดความผันผวน โดยมีการพูดคุยเป็นพิเศษ และมีการอนุญาตให้เรือออกมา ซึ่งถือเป็น “ของขวัญ” ก่อนเข้าสู่การเจรจา เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์น้ำมัน ขณะที่อิหร่านก็ได้รับประโยชน์จากส่วนนี้ด้วย

อย่างไรก็ตาม หากการเจรจาไม่ประสบผล สหรัฐฯ อาจพิจารณาใช้กำลังในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น เกาะคาร์ก ช่องแคบฮอร์มุซ หรือกรุงเตหะราน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงทั้งหมด และอาจส่งผลกระทบต่อการเมืองภายในสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอม

รศ.ดร.ปณิธาน ยังกล่าวว่า ไม่ควรประเมินทรัมป์ต่ำเกินไป เนื่องจากเป็นนักเจรจาต่อรอง และสามารถปรับกลยุทธ์ได้ต่อเนื่อง โดยภายในคณะผู้บริหารสหรัฐฯ ยังไม่มีความเห็นที่แตกต่างอย่างชัดเจน

“เขาปรับเก่งที่สุด อย่าประมาทโดนัลด์ ทรัมป์ แม้จะอายุมาก และดูเหมือนถอยหน้าถอยหลัง แต่ในความเป็นจริง เขาเป็นนักเจรจาต่อรอง และเขาคุมสถานการณ์ได้หมด”

นอกจากนี้ อิหร่านยังต้องการหลักประกันที่ชัดเจน โดยเฉพาะความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นประเด็นที่ยังสามารถเจรจาได้ ขณะที่สหรัฐฯ เองก็ต้องการให้อิหร่านเข้าสู่กระบวนการเจรจา

รศ.ดร.ปณิธาน ระบุว่า หากสถานการณ์ไม่ยุติ อาจขึ้นอยู่กับอิสราเอล ซึ่งยังมีความเห็นที่แตกต่างกันทั้งในอิสราเอลและสหรัฐฯ ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ยอมรับเงื่อนไข โดยเฉพาะในกรณีเลบานอนและอิรัก ซึ่งในเลบานอนมีพัฒนาการบางประเด็นที่อิสราเอลสามารถนำไปอ้างความสำเร็จได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

“นิวยอร์กไทมส์” เผย “สหรัฐ” ยื่นแผนสันติภาพ 15 ข้อ หลัง “ทรัมป์” อ้างเจรจาอิหร่าน

Back to top button