
“อนุทิน” แถลง ปปง.อายัดทรัพย์เครือข่าย “ยิม เลียก-เบน สมิธ” เพิ่ม 8.27 พันล้านบาท
“อนุทิน ชาญวีรกูล” แถลงผล ปปง.ยึดและอายัดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ “ยิม เลียก-เบน สมิธ” เพิ่มอีก 34 รายการ มูลค่ารวม 8,269 ล้านบาท ดันยอดรวมทรัพย์ในคดีแตะ 20,392 ล้านบาท พร้อมย้ำเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมอย่างเข้มงวด ไร้ข้อยกเว้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 เม.ย. 2569) ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีกลุ่มผู้ต้องหา ได้แก่ ยิม เลียก, วิรินยา ยิม, เบน สมิธ และแคทรียา บีเวอร์
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวมีพฤติการณ์เชื่อมโยงกับความผิดมูลฐานหลายประเภท อาทิ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน การเป็นสมาชิกอั้งยี่ และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม โดย ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน จำนวน 34 รายการ ประกอบด้วย รถยนต์ 6 คัน สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้ยืมเงิน เงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ รวมมูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท
ส่งผลให้ปัจจุบันคดีดังกล่าวมีทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดรวมทั้งสิ้น 102 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท
นายอนุทิน กล่าวว่า การยึดและอายัดทรัพย์ในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งสร้างผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและประชาชนในวงกว้าง โดยรัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินการอย่างเข้มงวด ภายใต้หลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” โดยไม่คำนึงถึงสถานะหรือความสัมพันธ์ของผู้กระทำผิด
พร้อมกันนี้ ระบุว่า เครือข่ายดังกล่าวมีความซับซ้อน และมีความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติด รวมถึงมีการใช้บริษัทนอมินีเพื่ออำพรางเส้นทางธุรกรรมทางการเงิน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐสามารถตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับแนวทางการเยียวยาผู้เสียหาย ปปง. อยู่ระหว่างจัดทำประกาศเปิดให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอรับทรัพย์สินคืนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยสามารถยื่นคำร้องผ่านสำนักงาน ปปง. สถานีตำรวจทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์และไปรษณีย์
ทั้งนี้ ผู้เสียหายจะต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐานประกอบการยื่นคำร้อง อาทิ สลิปการโอนเงิน รายการเดินบัญชี และหลักฐานการแจ้งความ เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ก่อนเสนอศาลแพ่งพิจารณาคืนทรัพย์สินตามขั้นตอนของกฎหมาย
ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากมีความครบถ้วนจะดำเนินการออกหมายเรียก หมายจับ และหมายแดงต่อไป
นอกจากนี้ ทรัพย์สินสำคัญอย่างเรือยอร์ช “แอตลาส” ซึ่งเป็นทรัพย์ของผู้ต้องหารายหนึ่ง ได้ถูกอายัดไว้แล้ว และอยู่ระหว่างการดูแลของหน่วยงานความมั่นคงทางทะเล โดยเตรียมนำออกขายทอดตลาดตามขั้นตอนของกฎหมาย

