ดาวโจนส์พุ่ง 500 จุด คลายกังวล GameStop ป่วนตลาด-“ไบเดน” เล็งหามาตรการกระตุ้นศก.


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุด ณ เวลา 22.31 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ที่ 30,633.00 จุด บวก 522 จุด หรือ 1.73%

ด้าน ดัชนีความผันผวน CBOE หรือ CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกของนักลงทุนในตลาด ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ในวันนี้ หลังจากที่นักลงทุนเริ่มคลายความวิตกเกี่ยวกับปรากฎการณ์ GameStop

โดยราคาหุ้น GameStop ปรับตัวลดลงหลังจากกลุ่มนักลงทุนรายย่อยในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทได้หันเป้าหมายไปสู่โลหะเงินเพื่อดันราคาขึ้น หลังจากที่ได้ใช้กลยุทธ์ในลักษณะเดียวกันนี้กับหุ้น GameStop เพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ที่มักเก็งกำไรด้วยการขายชอร์ตในตลาด

ทั้งนี้ การที่นักลงทุนรายย่อยแห่ซื้อโลหะเงิน ส่งผลให้ราคาสัญญาโลหะเงินพุ่งขึ้นเหนือระดับ 30 ดอลลาร์วานนี้ แตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปี

อย่างไรก็ตาม ราคาโลหะเงินดิ่งลงกว่า 7% ในวันนี้ หลังจาก Chicago Mercantile Exchange (CME) ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์และสัญญาฟิวเจอร์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศขึ้นอัตรา maintenance margin เพื่อสกัดการปั่นราคาของกลุ่มนักลงทุนรายย่อยในตลาด

ด้านราคาหุ้น GameStop พุ่งขึ้น 400% ในสัปดาห์ที่แล้ว และทะยานขึ้น 1,625% ในเดือนม.ค. จากการที่นักลงทุนรายย่อยในห้อง WallStreetBets ซึ่งมีสมาชิกกว่า 7.6 ล้านรายบนเว็บบอร์ด Reddit ได้เล็งเป้าหมายที่จะผลักดันราคาหุ้น GameStop ให้สูงขึ้นเพื่อกดดันให้เฮดจ์ฟันด์ต้องกลับเข้าซื้อคืนหุ้นดังกล่าวเพื่อตัดขาดทุน หลังจากที่ได้ขายชอร์ตก่อนหน้านี้ โดยเก็งว่า GameStop จะต้องปิดกิจการในไม่ช้า

ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาหุ้น GameStop ส่งผลให้เฮดจ์ฟันด์ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนัก โดยคาดว่าสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 570,000 ล้านบาท หากหุ้น GameStop ยังคงพุ่งขึ้นต่อไป ก็จะทำให้เฮดจ์ฟันด์พากันเทขายหุ้นอื่นในตลาดเพื่อระดมเงินมาชดเชยผลขาดทุนจากการเก็งกำไรใน GameStop

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลกันว่า ปรากฎการณ์ GameStop เป็นการส่งสัญญาณถึงการเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาด ซึ่งหากฟองสบู่แตก ก็จะสร้างความตื่นตระหนก และกระทบนักลงทุนรายย่อยอย่างหนัก

โดยความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดเนื่องจากการทะยานขึ้นของหุ้น GameStop ได้ทำให้คณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐประกาศจัดการไต่สวนในวันที่ 18 ก.พ. ขณะที่ทีมเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งรวมถึงนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ก็กำลังจับตาความผันผวนในตลาดหุ้นสหรัฐอย่างใกล้ชิดด้วย

ขณะเดียวกัน นักลงทุนคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของแอมะซอนและอัลฟาเบทที่จะมีการเปิดเผยในวันนี้ รวมทั้งจับตาความคืบหน้าของการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ โดยราคาหุ้นแอมะซอนและอัลฟาเบทต่างดีดตัวขึ้น ก่อนที่ทั้งสองบริษัทจะรายงานผลประกอบการในไตรมาส 4/2563 หลังจากปิดตลาดวันนี้

ขณะที่ในบรรดาบริษัทในดัชนี S&P 500 ที่มีการรายงานผลประกอบการในไตรมาส 4/63 แล้ว มีจำนวน 84% ที่รายงานตัวเลขรายได้และกำไรสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ด้านประธานาธิบดีโจ ไบเดนได้พบปะกับสมาชิกพรรครีพับลิกันที่ทำเนียบขาววานนี้เพื่อหารือเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ โดยมีแนวโน้มว่าเขาจะพยายามผลักดันมาตรการดังกล่าว แม้เผชิญเสียงท้วงติงเกี่ยวกับวงเงินที่สูงถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์จากสมาชิกรัฐสภาทั้งจากพรรครีพับลิกันและเดโมแครต

Back to top button