“วันแบล็กฟรายเดย์” ยอดขายสะพัด! ชาวมะกันแห่ช้อปออนไลน์ทะลุ 8.6 พันล้านดอลลาร์
Adobe Analytics เผยว่า ยอดขายออนไลน์ในวันแบล็กฟรายเดย์ของชาวอเมริกันปีนี้พุ่งแตะ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนลดแรงในเกือบทุกหมวดสินค้า หนุนผู้บริโภคจับจ่ายคึกคักกว่าปีก่อน แม้ภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อกำลังซื้อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ย.68) รอยเตอร์สเปิดเผยข้อมูลจาก Adobe Analytics ระบุว่า นักช้อปชาวอเมริกันหันมาซื้อสินค้าออนไลน์สูงขึ้นอย่างชัดเจนในวันแบล็กฟรายเดย์ (Black Friday) โดยยอดใช้จ่ายออนไลน์จนถึงช่วงเวลาประมาณ 18:30 น. ตามเวลาไทย (1130 GMT / ET) เพิ่มขึ้น 9.4% จากปีก่อน อยู่ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เลือกซื้อแล็ปท็อป โทรศัพท์ และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางออนไลน์ มากกว่าการออกไปเลือกซื้อสินค้าตามร้านค้าปลีก ท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวนในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ
กระแสจับจ่ายที่แข็งแรงได้รับแรงหนุนจากส่วนลดครั้งใหญ่ โดย Adobe ระบุว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าลดสูงสุดราว 28%, ของเล่นลด 27% และ เสื้อผ้าลดประมาณ 25% ส่งผลให้ความต้องการซื้อสินค้าโปรโมชั่นเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยอดซื้อออนไลน์ยังขยายตัวต่อเนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
รอยเตอร์สรายงานเพิ่มเติมว่า แม้ผู้ค้าปลีกคาดว่า ผู้บริโภคจำนวนมากจะยังจับจ่ายต่อเนื่องหลังวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ซึ่งตรงกับวันที่ 27 พฤศจิกายนปีนี้ แต่ความต้องการสินค้าลดราคาในร้านค้ากลับชะลอลง เนื่องจากผู้บริโภคกังวลว่า อาจใช้จ่ายเกินงบประมาณ ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า และตลาดแรงงานที่ชะลอตัว
Adobe คาดการณ์ว่า ยอดขายออนไลน์ในวันแบล็กฟรายเดย์ปีนี้อาจขยายตัวแตะระดับ 1.17–1.19 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นหนึ่งในยอดขายออนไลน์รายวันที่สูงที่สุดของปี ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ในวัน ไซเบอร์มันเดย์ (Cyber Monday) ที่คาดว่าจะทำยอดขายได้กว่า 1.42 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 6.3% จากปีก่อน
สำหรับช่วงสุดสัปดาห์นี้ Adobe ประเมินว่า ผู้บริโภคจะใช้จ่ายราว 5.5 พันล้านดอลลาร์ ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 3.8% จากปีก่อน และราว 5.9 พันล้านดอลลาร์ ในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 5.4% ตามแรงหนุนของส่วนลดที่ยังอยู่ในระดับสูง

