
“ทรัมป์” ส่งกองทัพเรือคุ้ม “ฮอร์มุซ” หลัง IRGC ปิดช่องแคบ ดันราคาน้ำมันพุ่ง
ทรัมป์สั่งมาตรการเร่งด่วน คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน–จัดประกันความเสี่ยงการเดินเรือ หลังอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลอุปทานพลังงานตึงตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 02.37 น. ตามเวลาประเทศไทย ระบุว่า ได้สั่งการให้ บรรษัทเงินทุนเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (United States International Development Finance Corporation: DFC) จัดให้มีการประกันความเสี่ยงทางการเมือง และการค้ำประกันทางการเงินในราคาที่เหมาะสม เพื่อเสริมความมั่นคงทางการเงินให้กับการค้าทางทะเลทั้งหมด โดยเฉพาะการขนส่งพลังงานที่ผ่านอ่าวเปอร์เซีย
ทรัมป์ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะเปิดให้บริษัทเดินเรือทุกแห่งสามารถใช้ได้ และหากมีความจำเป็นกองทัพเรือสหรัฐฯ (United States Navy) จะเริ่มปฏิบัติการคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) โดยเร็วที่สุด
ทรัมป์ยังย้ำว่า สหรัฐฯ จะทำให้มั่นใจว่าพลังงานจะยังคงไหลเวียนสู่ตลาดโลกอย่างเสรี พร้อมระบุว่า ศักยภาพทางเศรษฐกิจและกำลังทางทหารของสหรัฐฯ แข็งแกร่งที่สุดในโลก และจะมีมาตรการเพิ่มเติมตามมาในระยะต่อไป
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประกาศเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันปริมาณ 20% ของโลก โดย IRGC ขู่ว่า จะเผาเรือที่พยายามจะแล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปิดตลาดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2569 โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 3.33 ดอลลาร์ ปิดที่ 74.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 3.66 ดอลลาร์ ปิดที่ 81.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

