
“ดาวโจนส์” ปิดบวก 86 จุด ฟาก Nasdaq ร่วง 251 จุด หุ้น AI ถูกเทขายทำกำไร
ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 86 จุด หลังเคยพุ่งกว่า 400 จุดระหว่างวัน รับความหวังตะวันออกกลางคลี่คลาย ขณะที่ Nasdaq ร่วงกว่า 250 จุด จากแรงขายหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ นำโดย Broadcom และ Apple
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (10 มิ.ย.69) โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P 500 ปรับตัวลดลง หลังนักลงทุนทยอยขายทำกำไรหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงก่อนหน้า
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 50,872.11 จุด เพิ่มขึ้น 86.10 จุด หรือ 0.17% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,386.65 จุด ลดลง 19.08 จุด หรือ 0.26% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,678.82 จุด ลดลง 250.84 จุด หรือ 0.97%
อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ซึ่งเคยพุ่งขึ้นมากกว่า 400 จุดในช่วงเปิดการซื้อขาย จากแรงหนุนของความหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย ค่อย ๆ ลดช่วงบวกลงระหว่างวัน หลังนักลงทุนเริ่มขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้า และหมุนเงินลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่งผลให้ดัชนีปิดบวกเพียง 86 จุด
นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดกำลังเผชิญภาวะปรับพอร์ตการลงทุน (Sector Rotation) โดยเม็ดเงินไหลออกจากหุ้นกลุ่ม AI และหุ้นเติบโตสูงบางส่วน หลังปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา
แรงขายกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ โดยหุ้น Broadcom ปรับตัวลดลง 0.97% ต่อเนื่องจากแรงกดดันหลังรายงานผลประกอบการ ขณะที่หุ้นในกลุ่มเดียวกันอย่าง Micron Technology, Advanced Micro Devices (AMD) และ Qualcomm ต่างเผชิญแรงขายเช่นกัน สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนเริ่มลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI
อย่างไรก็ตาม หุ้น Apple ร่วงลง 3.64% ปิดที่ 290.55 ดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นหนึ่งในหุ้นที่กดดันดัชนี Nasdaq มากที่สุดของวัน หลังนักลงทุนผิดหวังกับการเปิดตัวฟีเจอร์ด้าน AI ในงาน Worldwide Developers Conference (WWDC) โดยยังไม่เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดการใช้งาน Siri AI เชิงพาณิชย์
ขณะที่นักลงทุนยังได้รับปัจจัยบวกจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านเงินเฟ้อ และอาจเพิ่มความยืดหยุ่นให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในการดำเนินนโยบายการเงินในระยะต่อไป
ด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดได้รับแรงหนุนในช่วงแรกจากสัญญาณบวกเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังอิหร่านและอิสราเอลส่งสัญญาณยุติการโจมตีกันชั่วคราว ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ ยังมีความหวังต่อความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงตามความกังวลดังกล่าวที่คลี่คลายลง โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ร่วงลงกว่า 3% ปิดบริเวณ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวลดลงหลุดระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนมุมมองของตลาดว่าความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางอาจไม่รุนแรงเท่าที่กังวลก่อนหน้า
ไมเคิล โอ’รูร์ก หัวหน้านักกลยุทธ์การตลาดของ JonesTrading กล่าวว่า แรงรีบาวด์ของตลาดในช่วงเปิดการซื้อขายหมดแรงลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเกิดแรงขายในวงกว้างมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งมาจากการลดสถานะในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้า รวมถึงการหมุนเงินลงทุนไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น
“เมื่อแรงซื้อช่วงเช้าหมดลง ตลาดก็เผชิญแรงขายในวงกว้างมากขึ้น และกำลังเกิดการหมุนเงินลงทุนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคลายสถานะการลงทุนตามโมเมนตัม” โอ’รูร์กกล่าว
