“ดาวโจนส์” ปิดลบ 180 จุด กังวลหยุดยิง “สหรัฐ-อิหร่าน” ดันน้ำมัน Brent ทะลุ 105 เหรียญ

ดัชนีหุ้นสหรัฐปิดลบ นักลงทุนลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนสหรัฐฯ-อิหร่าน กดหุ้นเทคโนโลยี ขณะราคาน้ำมันพุ่งเหนือ 105 ดอลลาร์ แม้หุ้นชิปได้แรงหนุน AI ช่วยพยุงตลาดช่วงท้าย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการซื้อขายเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.69) ดัชนีหลักร่วงลง ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์หยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังไม่นิ่ง ส่งผลให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและกดดันบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ที่ปรับตัวอ่อนตัว อย่างไรก็ดี แรงซื้อกลับในช่วงท้ายช่วยให้ดัชนีลดช่วงลบลงจากระดับต่ำสุดของวัน

ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ปิดที่ 105.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความไม่แน่นอนของการเจรจา ซึ่งสะท้อนความกังวลต่ออุปทานพลังงานในตลาดโลก และยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อทิศทางการลงทุนในระยะถัดไป

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,310.32 จุด ลดลง 179.71 จุด หรือ -0.36% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,108.40 จุด ลดลง 29.50 จุด หรือ -0.41% และดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 24,438.50 จุด ลดลง 219.06 จุด หรือ -0.89%

ระหว่างการซื้อขาย ดัชนีดาวโจนส์เคยร่วงลงมากกว่า 400 จุด ขณะที่ S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลงมากกว่า 1% ก่อนฟื้นตัวบางส่วนจากแรงซื้อเก็งกำไรในช่วงท้ายตลาด

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นแรงกดดันสำคัญ โดย Meta Platforms ปรับตัวลง 2.3% หลังประกาศลดพนักงานราว 10% เพื่อปรับโครงสร้างต้นทุนและเร่งลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่หุ้นซอฟต์แวร์อย่าง IBM และ ServiceNow อ่อนตัวลง หลังผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดหวัง

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มชิปยังคงเคลื่อนไหวโดดเด่น โดย Texas Instruments ปรับตัวขึ้นราว 19% ทำสถิติการปรับตัวขึ้นรายวันที่ดีที่สุดในรอบเกือบ 26 ปี หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกแข็งแกร่ง และได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มความต้องการชิปสำหรับ AI และศูนย์ข้อมูล

ส่วน Intel ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังรายงานกำไรและรายได้ไตรมาสแรกดีกว่าคาด พร้อมให้แนวโน้มรายได้และกำไรไตรมาสถัดไปแข็งแกร่ง สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของความต้องการชิปในกลุ่มศูนย์ข้อมูล

Back to top button