
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 72 จุด แต่ Nasdaq-S&P 500 ทำนิวไฮ รับความหวังเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน
ดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 72.27 จุด ขณะที่ Nasdaq และ S&P 500 ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับแรงหนุนจากสัญญาณเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน คลายกังวลตะวันออกกลาง หนุนหุ้นเทคโนโลยี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (15 เม.ย.69) โดยดัชนีหลักเคลื่อนไหวผสมผสาน ดัชนีดาวโจนส์ปิดปรับตัวลดลงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และสัญญาณเชิงบวกต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 48,463.72 จุด ลดลง 72.27 จุด หรือ -0.15% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,022.95 จุด เพิ่มขึ้น 55.57 จุด หรือ +0.80% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 24,016.02 จุด เพิ่มขึ้น 376.93 จุด หรือ +1.59% โดยทั้ง S&P 500 และ Nasdaq ปิดในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ตลาดได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจคลี่คลาย หลังมีสัญญาณการกลับมาเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่ายในระยะถัดไป ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาด
ในรายหุ้น กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงโดดเด่น โดย Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) ได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ขณะที่ Broadcom ปรับตัวขึ้น หลัง Meta Platforms ขยายความร่วมมือด้านการพัฒนาชิปแบบเฉพาะ
ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Magnificent Seven) ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางตลาด โดยมีบางบริษัท เช่น Amazon, Alphabet และ Nvidia ที่ปรับตัวเข้าใกล้ระดับสูงสุดเดิม ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่อื่นยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับสูงสุดก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดที่ยังไม่กระจายตัวเต็มที่
ทั้งนี้ ดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 11 ขณะที่ S&P 500 ปิดบวก 10 ใน 11 วันทำการ และดัชนี S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วราว 3% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้นเกือบ 5% และดาวโจนส์เพิ่มขึ้นมากกว่า 1% นับตั้งแต่ต้นสัปดาห์ สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาเป็นบวกจากความคาดหวังต่อพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
