
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 557 จุด น้ำมันพุ่งกดตลาด–Amazon เขย่าหุ้นโลจิสติกส์
ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลบ 557.37 จุด กังวลตะวันออกกลางดันน้ำมันพุ่ง กดดันตลาด แม้ผลประกอบการแกร่งหนุนภาพรวม ขณะหุ้นโลจิสติกส์ร่วงหลัง Amazon รุกธุรกิจขนส่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (4 พ.ค.69) สามดัชนีหลักปรับตัวลดลง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งสะท้อนความกังวลด้านอุปทานพลังงานโลก
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 48,941.90 จุด ลดลง 557.37 จุด หรือ -1.13% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,200.75 จุด ลดลง 29.37 จุด หรือ -0.41% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,067.80 จุด ลดลง 46.64 จุด หรือ -0.19%
ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธหลายลูกที่ถูกยิงจากอิหร่านได้ นับเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดใช้งานระบบเตือนภัยขีปนาวุธของประเทศ นับตั้งแต่มีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเมื่อเดือนที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปรับขึ้น 4.39% ปิดที่ 106.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงของตลาดโลก เพิ่มขึ้น 5.8% ปิดที่ 114.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ก่อนหน้านี้ ราคาพลังงานได้ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นวัน จากกระแสข่าวที่สับสนเกี่ยวกับการโจมตีเรือรบสหรัฐฯ โดยอิหร่าน รวมถึงรายงานจากสื่ออิหร่านที่ระบุว่า มีเรือถูกสั่งให้หันกลับจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
กองทัพเรืออิหร่าน ระบุว่า ได้สกัดกั้นเรือรบ “อเมริกัน-ไซออนิสต์” ไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว ขณะที่สำนักข่าว Fars รายงานว่า มีขีปนาวุธ 2 ลูกพุ่งชนเรือรบสหรัฐฯ ใกล้เกาะจาสก์ อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันได้จากแหล่งอิสระ และกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command) ยืนยันว่า ไม่มีเรือของกองทัพเรือสหรัฐฯ ลำใดถูกโจมตี
ขณะเดียวกัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยผ่าน Truth Social ถึงโครงการ “Project Freedom” ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเหลือเรือสินค้าของประเทศที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ให้สามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย หลังติดค้างจากการปิดเส้นทาง โดยระบุว่า จะเริ่มดำเนินการในวันจันทร์ แม้ยังไม่มีรายละเอียดเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังอิหร่าน เปิดเผยว่า ได้รับการตอบกลับจากสหรัฐฯ ต่อข้อเสนอเจรจาสันติภาพฉบับล่าสุด โดยก่อนหน้านี้อิหร่านได้ส่งข้อเสนอผ่านตัวกลางจากปากีสถาน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่ายังไม่พอใจกับข้อเสนอ และมองว่าอิหร่านยอมเจรจาเพราะ “ไม่มีศักยภาพทางทหารเหลือแล้ว”
แม้ตลาดจะถูกกดดันในระยะสั้น แต่นักลงทุนยังมีมุมมองเชิงบวกจากผลประกอบการไตรมาส 1 ที่ออกมาแข็งแกร่ง โดยมีการประเมินว่า ดัชนี S&P 500 ยังมีโอกาสปรับขึ้นแตะระดับ 8,000 จุด ภายในสิ้นปีนี้ แม้ความขัดแย้งยังไม่คลี่คลาย
ด้าน นายเจย์ แฮตฟิลด์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Infrastructure Capital Advisors ระบุว่า ความขัดแย้งไม่น่าจะยุติลงในระยะสั้น และอาจต้องใช้มาตรการทางทหาร ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อ
บรรยากาศการลงทุน อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หลัง Amazon ประกาศขยายธุรกิจขนส่งครบวงจร ส่งผลให้หุ้น GXO Logistics ร่วงเกือบ 18% ขณะที่ UPS และ FedEx ลดลงราว 10% และ 9% ตามลำดับ
ในรายตัว หุ้น Pinterest พุ่งขึ้นประมาณ 17% หลังรายได้ไตรมาสแรกแตะ 1.01 พันล้านดอลลาร์ และกำไรออกมาดีกว่าคาด พร้อมคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมิน
ขณะที่หุ้น Circle ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 20% หลังมีความคืบหน้าร่างกฎหมายกำกับดูแลคริปโตของสหรัฐฯ (CLARITY Act) ซึ่งเปิดทางให้แพลตฟอร์มสามารถให้ผลตอบแทนจาก Stablecoin ได้ในรูปแบบรางวัล
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
โดรน “อิหร่าน” ถล่ม “ฟูไจราห์” ไฟไหม้เขตน้ำมัน UAE เขย่าตลาดพลังงานโลก

