“ดาวโจนส์” ปิดบวก 356 จุด พ่วง S&P 500-Nasdaq นิวไฮ แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีหนุน–น้ำมันร่วง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดย S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ ขานรับราคาน้ำมันอ่อนตัว คลายกังวลตะวันออกกลาง หนุนแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีและ AI กลับมา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (5 พ.ค.69) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ปิดทำสถิติสูงสุดใหม่ ท่ามกลางแรงซื้อกลับในหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่ม AI หลังนักลงทุนคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง รวมถึงได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,298.25 จุด เพิ่มขึ้น 356.35 จุด หรือ +0.73% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,259.22 จุด เพิ่มขึ้น 58.47 จุด หรือ +0.81% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,326.12 จุด เพิ่มขึ้น 258.32 จุด หรือ +1.03%

ตลาดได้รับแรงหนุนหลังนักลงทุนประเมินว่าความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซเริ่มลดลง หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงดำเนินต่อ แม้ยังมีเหตุปะทะเป็นระยะ ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ออกมายืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงยังไม่สิ้นสุด ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น

รายงานระบุว่า นายมาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศว่า ปฏิบัติการ “Epic Fury” ได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังใช้เวลาปฏิบัติการโจมตีอิหร่านต่อเนื่อง 66 วัน โดยจากนี้สหรัฐฯ จะมุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยเส้นทางเดินเรือและปกป้องเรือพาณิชย์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซแทน

ขณะเดียวกัน นายพีท เฮกเซท (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน “ยังไม่สิ้นสุด” แม้ยังมีเหตุปะทะเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยสหรัฐฯ ประเมินว่าสถานการณ์ยังไม่รุนแรงถึงขั้นกลับไปสู่สงครามเต็มรูปแบบ

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงจากความกังวลด้านอุปทานที่เริ่มคลี่คลาย โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลงเกือบ 3% เคลื่อนไหวบริเวณ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ร่วงลงมากกว่า 3% ต่ำกว่าระดับ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากพุ่งขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า

นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า บริษัทมากกว่า 85% ในดัชนี S&P 500 ที่รายงานผลประกอบการไตรมาสแรก ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

ด้านหุ้นรายตัว หุ้น Super Micro Computer ผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ AI พุ่งแรงในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทคาดการณ์รายได้และกำไรไตรมาสถัดไปสูงกว่าที่ตลาดประเมิน แม้ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดจะต่ำกว่าคาดบางส่วน เนื่องจากลูกค้าบางรายยังไม่พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครือข่ายรองรับระบบคลาวด์ขนาดใหญ่

บรรยากาศการลงทุนที่กลับมาเป็นบวก ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI กลับมาเป็นผู้นำตลาดอีกครั้ง ท่ามกลางการประเมินว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เริ่มผ่อนคลายลงในระยะสั้น

Back to top button