“ดาวโจนส์” ปิดบวก 95 จุด พ่วง “S&P 500-Nasdaq” พุ่งนิวไฮ แรงซื้อเทคโนโลยีหนุน

ดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 95.31 จุด ขณะที่ ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ทำสถิติสูงสุดใหม่ จากแรงซื้อหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ และ AI แม้นักลงทุนยังติดตามความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน และทิศทางเงินเฟ้อ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (12 พ.ค.69) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ปิดทำการซื้อขายในแดนบวก โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ปิดที่ระดับสูงสุดใหม่ตลอดกาล (All-Time High) จากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และหุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้นักลงทุนยังติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 49,704.47 จุด เพิ่มขึ้น 95.31 จุด หรือ +0.19% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,412.84 จุด เพิ่มขึ้น 13.91 จุด หรือ +0.19% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,274.12 จุด เพิ่มขึ้น 27.05 จุด หรือ +0.10%

ตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มชิปและ AI โดยหุ้น Micron Technology (MU) พุ่งขึ้น 6.50% ปิดที่ 795.33 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ้น Nvidia (NVDA) ปรับขึ้น 1.96% ปิดที่ 219.44 ดอลลาร์ จากกระแสการลงทุนด้าน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังแข็งแกร่ง

Dan Ives นักวิเคราะห์จาก Wedbush Securities ออกมาคาดการณ์อย่างมั่นใจว่า ดัชนี Nasdaq จะพุ่งไปถึงระดับ 30,000 จุดในช่วงปี 2570 โดยมองว่าผลประกอบการของกลุ่มเทคโนโลยีเป็นการยืนยันความเชื่อมั่นในยุค AI ว่าเป็นของจริง และขณะนี้เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของ “ซูเปอร์ไซเคิล” ของชิปหน่วยความจำ แม้จะมีนักลงทุนบางส่วนวิจารณ์ว่าเป็นฟองสบู่ แต่ Ives มองว่ากระแสการลงทุนยังแข็งแกร่ง

ด้าน JPMorgan Private Bank ระบุในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งหลังปี 2569 ว่า “AI supercycle อาจเพิ่งเริ่มต้น” พร้อมมองว่า แนวโน้มการลงทุนในธุรกิจ AI และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ต่อผู้แทนเจรจาสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้งและขอผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่าน Truth Social ว่า ข้อเสนอดังกล่าว “ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง”

ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เคลื่อนไหวเหนือระดับ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

แม้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น แต่นักลงทุนยังคงเดินหน้าเข้าซื้อหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งช่วยหนุนตลาดโดยรวม

สำหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนยังจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)

Back to top button