
“ดาวโจนส์” ปิดพุ่ง 307 จุด! Nasdaq-S&P 500 รีบาวด์ รับคลายตึงเครียดตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดบวกทั้ง 3 ดัชนี โดยหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่กลับมานำตลาด หลังความกังวลตะวันออกกลางผ่อนคลาย ขณะที่นักลงทุนเข้าซื้อคืนหุ้น AI และปรับพอร์ตช่วงสิ้นไตรมาส
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (29 มิ.ย.69) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวขึ้น หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ประกอบกับแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก่อนเข้าสู่ฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 2
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,182.74 จุด เพิ่มขึ้น 306.63 จุด หรือ +0.59% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,440.43 จุด เพิ่มขึ้น 86.41 จุด หรือ +1.18% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,820.14 จุด เพิ่มขึ้น 522.53 จุด หรือ +2.07%
แรงซื้อกลับกระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI หลังตลาดปรับฐานต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ก่อน ขณะที่นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นจากการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเสถียรภาพของตลาดพลังงาน
นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อหุ้นเพื่อปรับพอร์ตในช่วงสิ้นไตรมาส (Window Dressing) ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม
หุ้น SpaceX พุ่ง 7.2% หลังมีการประกาศว่าจะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคมนี้ ขณะที่หุ้น Alphabet ปรับตัวขึ้น 4.8% หลังเริ่มซื้อขายในฐานะหนึ่งในหุ้นองค์ประกอบของดัชนีดาวโจนส์เป็นวันแรก ส่วนหุ้น Comcast เพิ่มขึ้น 4.5% หลังประกาศแผนแยกธุรกิจ NBCUniversal และ Sky ออกเป็นบริษัทใหม่ ซึ่งช่วยหนุนหุ้นกลุ่มบริการสื่อสารปรับตัวขึ้นนำตลาด
ภาพรวมตลาดได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่ราคาน้ำมันกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซทยอยกลับสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยและกลับเข้าลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังคงจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในช่วงครึ่งหลังของปี
