
“ดาวโจนส์” ปิดลบ 131 จุด หุ้น “AI-เซมิคอนดักเตอร์” ฉุด Nasdaq ร่วง 1.16%
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบทั้ง 3 ดัชนี หลังแรงขายหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์กดดันตลาด ท่ามกลางความกังวลว่าการปรับขึ้นของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI อาจไม่ยั่งยืน ขณะที่นักลงทุนรอติดตามรายงานประชุมเฟด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (7 ก.ค.69) ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq ที่ร่วงกว่า 1% จากแรงขายหุ้น Micron Technology และหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปรายอื่น ๆ หลังนักลงทุนเริ่มกังวลมากขึ้นว่า การปรับขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ขับเคลื่อนด้วยกระแส AI อาจไม่ยั่งยืน
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,925.15 จุด ลดลง 130.76 จุด หรือ -0.25% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,503.85 จุด ลดลง 33.58 จุด หรือ -0.45% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 25,818.69 จุด ลดลง 302.47 จุด หรือ -1.16%
แรงขายกระจายไปยังหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั้งในสหรัฐและเอเชีย หลัง Samsung Electronics เปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นประมาณ 19 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังไม่สามารถคลายความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อแนวโน้มหุ้นกลุ่มชิปได้ เนื่องจากตลาดมีความคาดหวังอยู่ในระดับสูงมาก ส่งผลให้หุ้น Micron Technology ร่วง 4.7% และ Sandisk ลดลง 7.3% ขณะที่ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index (SOX) ปรับตัวลง 4.65%
สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) ยังรายงานว่า DeepSeek บริษัทสตาร์ทอัพจากจีน กำลังพัฒนาชิป AI ของตนเอง ซึ่งอาจช่วยลดการพึ่งพาชิปจาก Nvidia และ Huawei และยิ่งเพิ่มความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์
นักวิเคราะห์ระบุว่า แรงขายในครั้งนี้สะท้อนการหมุนเงินลงทุน (Rotation) หลังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา จนความคาดหวังของนักลงทุนอยู่ในระดับสูงมาก ทำให้แม้ผลประกอบการจะแข็งแกร่ง ก็อาจยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันราคาหุ้นให้ปรับขึ้นต่อ
ด้านหุ้น SpaceX ปรับตัวลดลงเกือบ 7% ในวันแรกที่ซื้อขายในฐานะหุ้นที่เข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq-100 ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมของ S&P 500 ปรับตัวลง 3.41% และดัชนีหุ้นกลุ่มวัสดุพื้นฐานลดลง 2.45%
อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนี S&P 500 จะปิดลบ แต่จำนวนหุ้นที่ปรับตัวขึ้นยังมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวลงในสัดส่วน 1.3 ต่อ 1 ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังมีรายงานการโจมตีเรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอติดตามรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed Minutes) ซึ่งจะเผยแพร่ในวันนี้ (8 ก.ค.69) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินภายใต้การนำของเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
