
เปิดฉากนับคะแนนเลือกตั้ง “เดโมแครต” นำทั้งสองสภา ลุ้นทวงคืนเสียงข้างมาก
บลูมเบิร์กรายงานผลนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เบื้องต้น ณ เวลา 09.17 น. ตามเวลาไทย พบ “อับดุล เอล-ซาเยด” ผู้สมัครเดโมแครต มีคะแนนนำศึกวุฒิสภารัฐมิชิแกน 54.7% ทิ้งห่าง “ไมค์ โรเจอร์ส” จากรีพับลิกัน ซึ่งได้ 43.7%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนับคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐอเมริกา (US Midterm Election 2026) เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น ดำเนินมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง โดยมีการรายงานผลคะแนนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) สมาชิกวุฒิสภา (Senate) และผู้ว่าการรัฐ ซึ่งผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดดุลอำนาจทางการเมืองของสหรัฐฯ ในช่วง 2 ปีที่เหลือของวาระประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ล่าสุด สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานผลการนับคะแนนเบื้องต้น ณ เวลา 09.17 น. ของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาประเทศไทย โดยติดตามผลการเลือกตั้งแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมการแข่งขันชิงที่นั่งในสภาคองเกรส การเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ ตลอดจนการลงประชามติในประเด็นสำคัญของแต่ละรัฐ พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวของตลาดคาดการณ์ผลการเลือกตั้ง (Prediction Markets) ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนตามผลคะแนนที่ทยอยประกาศออกมา
สำหรับการแข่งขันชิงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ในรัฐมิชิแกน ผลการนับคะแนนเบื้องต้นพบว่า นายอับดุล เอล-ซาเยด (Abdul El-Sayed) ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำที่ 387,731 คะแนน หรือ 54.7% ขณะที่ นายไมค์ โรเจอร์ส (Mike Rogers) ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน ได้รับ 309,734 คะแนน หรือ 43.7% ส่งผลให้ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตมีคะแนนนำอยู่ 77,997 คะแนน หรือคิดเป็นส่วนต่าง 11 จุดเปอร์เซ็นต์
ขณะเดียวกัน ข้อมูลผลการเลือกตั้งเบื้องต้นที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของบลูมเบิร์ก แสดงตัวเลขที่นั่งในวุฒิสภาที่ 45 ต่อ 35 ที่นั่ง และสภาผู้แทนราษฎรที่ 73 ต่อ 30 ที่นั่ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังไม่สามารถยืนยันการจำแนกจำนวนที่นั่งตามพรรคการเมืองได้อย่างชัดเจน จึงต้องติดตามผลการนับคะแนนและการประกาศผลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อสรุป เนื่องจากหลายรัฐยังอยู่ระหว่างการนับคะแนน โดยต้องติดตามว่าพรรคเดโมแครตหรือพรรครีพับลิกันจะสามารถครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจ การคลัง และมาตรการสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ในระยะต่อไป

