SET บ่ายผันผวนใกล้แนวต้าน 1,400 จุดพร้อมชี้กลยุทธ์นักลงทุนระยะสั้น-กลาง

โบรกฯคาดแนวโน้มการลงทุนช่วงบ่ายนี้ (8 มี.ค.) คงจะเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัว พร้อมให้แนวรับ 1,380 จุด ส่วนแนวต้าน 1,410 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ให้นักลงทุนระยะสั้น-กลางใช้ลงทุนช่วงนี้


ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์รายงาน ตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ภาคเช้า (8 มี.ค.) ปรับตัวลงตามตลาดภูมิภาคหลังตัวเลขส่งออกจีนแย่กว่าคาด แต่ตลาดบ้านเราได้แรงหนุนจากลุ่มพลังงาน นอกจากนี้ตลาดฯยังลุ้นข่าวดีจาก ECB ใน 10 มี.ค.และ BOJ 14-15 มี.ค.เล็งมีมาตรการผ่อนคลายเพิ่มเติมหนุน Flow ยังไหลเข้าเอเชีย บ่ายนี้ตลาดฯคงทรงตัว ให้แนวรับ 1,380 แนวต้าน 1,410 จุด

 

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ หลังจากตัวเลขส่งออกของจีนออกมาแย่กว่าคาด แต่ความเคลื่อนไหวโดยรวมของตลาดบ้านเราถือว่ายังทรงตัว จากแรงหนุนหุ้นในกลุ่มพลังงานยังบวก แต่ก็มีแรงขายหุ้น AOT ฉุดตลาดอยู่อาจเป็นเพราะราคาปรับตัวขึ้นไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ ตลาดฯยังรอข่าวดีจากการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วันที่ 10 มี.ค.นี้ และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 14-15 มี.ค.นี้ด้วย อาจจะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ช่วยให้ Flow ยังไหลเข้ามาในเอเชีย ดังนั้น จึงแนะนำให้ถือหุ้นต่อไปจนถึงกลางเดือน จากนั้นให้ take profit เพราะมองเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการเทรดรอบนี้

แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ตลาดฯคงจะเคลื่อนไหวในลักษณะทรงตัว พร้อมให้แนวรับ 1,380 จุด ส่วนแนวต้าน 1,410 จุด

 

บล.ธนชาต ระบุในบทวิเคราะห์ ( 8 มี.ค.) ว่า แม้มีโอกาสเกิด Extended Rally ไปที่ 1,430 จุด เนื่องจาก 1) ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน อย่าง PTT PTTGC IRPC 2) ECB และ BOJ มีแนวโน้มออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมกลางเดือน มี.ค.นี้ แต่มองว่าความ “ผันผวน” จะเพิ่มขึ้น เนื่องจาก SET ปรับสูงขึ้นจากจุดต่ำสุดเกือบ 180 จุดภายในระยะเวลา 2.5 เดือน และใกล้แนวต้านบริเวณ 1,400 จุด ทำให้แนะนำดังนี้

1) นักลงทุนระยะสั้น: “ขาย” บางส่วนที่แนวต้าน 1,400 จุด ส่วนที่ใช้กลยุทธ์ Let the Profit Run กำหนด Trailing Stop ที่ 1,375 จุด

2) นักลงทุนระยะกลาง: แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ Let the Profit Run ขณะที่กำหนด Trailing Stop เพื่อใช้ในการ “ล็อกกำไร” โดยกำหนดไว้ที่ 1,375 จุด (ติดตามการปรับ Trailing Stop ในรายงาน The Early Bird)

ทั้งนี้แม้ราคา QH เริ่มฟื้นตัวบ้างแต่มองว่ายังไม่ได้สะท้อนผลการดำเนินงานไตรมาส 4/58 ที่ออกมาดี และผลตอบแทนจากเงินปันผล 0.09 บาท/หุ้น XD วันที่ 26 เม.ย.นี้ หรือคิดเป็น Dividend Yield 3.9% นอกจากนี้เนื่องด้วย HMPRO และ LHBANK ปรับสูงขึ้นแรง ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ QH ซื้อขายต่ำกว่า NAV กว่าที่ 2.85 บาท มาก และแนะนำ “ซื้อ” QH ต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้

 

สรุป 5 หลักหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดภาคเช้า                      

JAS มูลค่าการซื้อขาย 3,874.33 ล้านบาท ปิดที่ 3.60 บาท ลดลง 0.10 บาท

PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,660.18 ล้านบาท ปิดที่ 79.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท

DTAC มูลค่าการซื้อขาย 2,065.35 ล้านบาท ปิดที่ 42.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท

IRPC   มูลค่าการซื้อขาย 1,308.29 ล้านบาท ปิดที่ 5.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,171.08 ล้านบาท ปิดที่ 183.50 บาท ลดลง 1.50 บาท

Back to top button