สนค. เปิดดัชนีราคาส่งออก–นำเข้าไทย พ.ย. 68 ขยายตัวต่อ รับต้นทุนเทคโนโลยีเพิ่ม

สนค. กระทรวงพาณิชย์ เผย ดัชนีราคาส่งออก–นำเข้าไทย เดือนพฤศจิกายน 2568 ขยายตัวต่อเนื่อง รับต้นทุนเทคโนโลยีเพิ่ม จับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทแข็ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (30 ธ.ค.68) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนพฤศจิกายน 2568 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ตามต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะโลหะสำคัญ ประกอบกับสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่ผ่อนคลายลงชั่วคราว

ขณะที่การนำเข้าของไทย ยังขยายตัวจากแรงกดดันในห่วงโซ่อุปทานของวัตถุดิบ เพื่อใช้ในการผลิตสินค้าส่งออก อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการค้าโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นโยบายกีดกันทางการค้า การแข่งขันด้านราคา และการแข็งค่าของเงินบาท อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวด้านราคาในระยะข้างหน้า

สำหรับ ดัชนีราคาส่งออก เดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ระดับ 111.8 ขยายตัว ร้อยละ 1.1 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยหมวดสินค้าที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ หมวดสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 อาทิ ทองคำ ตามทิศทางราคาทองคำตลาดโลก เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ จากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI และ Data Center รวมถึงเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ตามความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นและการขยายตัวของเมือง

ขณะที่หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 ได้แก่ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป อาหารสัตว์เลี้ยง ตามต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ตามอุปสงค์ของตลาดต่างประเทศและกระแสใส่ใจสุขภาพ

ส่วนหมวดสินค้าที่ดัชนีราคาส่งออกปรับลดลง ได้แก่ หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 9.7 โดยเฉพาะน้ำมันสำเร็จรูป จากความกังวลด้านอุปทานส่วนเกิน และหมวดสินค้าเกษตรกรรม ลดลงร้อยละ 4.1 เช่น ข้าว จากการแข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่ง รวมถึงยางพารา และผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง จากปริมาณผลผลิตในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น

ด้าน ดัชนีราคานำเข้า เดือนพฤศจิกายน 2568 อยู่ที่ระดับ 116.8 ขยายตัว ร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นเกือบทุกหมวดสินค้า ได้แก่ หมวดวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.8 อาทิ ทองคำ สินแร่โลหะ เศษโลหะ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ตามความต้องการจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 และหมวดสินค้าทุน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 จากการขยายตัวของภาคการผลิตและการลงทุนด้านเทคโนโลยี

ขณะที่หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 ตามความต้องการนำเข้าชิ้นส่วนเพื่อการผลิตในประเทศและส่งออก ส่วนหมวดสินค้าเชื้อเพลิง ลดลงร้อยละ 8.4 โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ จากแรงกดดันด้านอุปทานที่ยังอยู่ในระดับสูงและความต้องการที่ชะลอลง

ผู้อำนวยการ สนค. กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและนำเข้าในเดือนธันวาคม 2568 คาดว่า จะยังขยายตัวต่อเนื่อง จากคำสั่งซื้อช่วงปลายปีของบางตลาด และความต้องการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ เพื่อรองรับการผลิตสำหรับส่งออก โดยยังต้องติดตามความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าของประเทศคู่ค้าหลัก ปัญหาอุปทานส่วนเกินของสินค้าเกษตรบางกลุ่ม และการแข็งค่าของเงินบาท

Back to top button