ครม. ไฟเขียว “ขสมก.” กู้เงิน 9.1 พันล้านบาท เสริมสภาพคล่อง

ครม. อนุมัติให้ ขสมก. กู้เงิน 9.1 พันล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ประจำปีงบประมาณ 2569 พร้อมให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ หลังประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย และโครงการเช่ารถโดยสารพลังงานสะอาด (EV) ยังไม่เป็นไปตามแผน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 ม.ค.69) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุมัติให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน (กรณีรายได้ไม่พอสำหรับรายจ่าย) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 9,111.50 ล้านบาท และให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ พร้อมกำหนดวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆ ในการกู้เงิน

ทั้งนี้ ในกรณีที่โครงการเช่ารถโดยสารพลังงานสะอาด (EV) ไม่เป็นไปตามแผน บริษัทฯ ขออนุมัติใช้เงินกู้สำหรับค่าเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริง ตามข้อเสนอของกระทรวงคมนาคม

ปัจจุบัน ขสมก. ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากไม่ได้รับเงินชดเชยจากผลประกอบการที่ขาดทุนตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริง ประกอบกับการปรับปรุงแผนระยะเวลาการรับรถโดยสารปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน ส่งผลให้ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ขสมก. มีความจำเป็นต้องกู้เงินจำนวน 47,430.50 ล้านบาท ซึ่งได้บรรจุเข้าแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2569 และครม. มีมติอนุมัติแล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568

วงเงินดังกล่าว แบ่งเป็นการนำไปชำระหนี้เงินกู้เดิมที่ครบกำหนด จำนวน 38,319 ล้านบาท และการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน จำนวน 9,111.50 ล้านบาท

โดยจะนำมาใช้เป็นเงินสดหมุนเวียนในการดำเนินงานของ ขสมก. ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เช่น การชำระค่าเชื้อเพลิง ค่าเหมาซ่อม และเสริมสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติในครั้งนี้ โดยให้กระทรวงคมนาคมเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ กำหนดวิธีการกู้เงิน เงื่อนไข และรายละเอียดต่าง ๆ ในการกู้เงิน

สำหรับกรณีที่โครงการเช่ารถโดยสารพลังงานสะอาด (EV) ไม่เป็นไปตามแผน ขสมก. ขออนุมัติใช้เงินกู้สำหรับค่าเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมตามจำนวนที่เกิดขึ้นจริง ทั้งนี้ การกู้เงินดังกล่าวจะช่วยให้ ขสมก. ประหยัดค่าดอกเบี้ยจ่ายได้ปีละ 169.93 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 58.92 ต่อปี

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิจารณาแล้วเห็นชอบ โดยมีความเห็นเพิ่มเติม เช่น ขอให้กระทรวงคมนาคมและ ขสมก. เร่งรัดโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) ให้เป็นไปตามแผนการดำเนินการ และให้ ขสมก. ดำเนินการกู้เงินได้ เมื่อแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2569 ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และได้บรรจุวงเงินกู้ของ ขสมก. ที่เสนอในครั้งนี้ไว้แล้ว

ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า เรื่องที่กระทรวงการคลังเสนอในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด มิได้เป็นกรณีที่คณะรัฐมนตรีกระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลผูกพันเป็นการผูกพันคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กรณีจึงเป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่สามารถพิจารณาอนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังได้

Back to top button