
“พิพัฒน์” ดัน EECiti 1.5 หมื่นไร่ ชูดิสนีย์แลนด์ ปั้นฮับโลก ลุ้น 15 หุ้นรับแรงหนุน
“พิพัฒน์” หารือเลขาฯ อีอีซี ดัน EECiti 1.5 หมื่นไร่ ชูดิสนีย์แลนด์–สปอร์ตคอมเพล็กซ์ระดับโลก เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร โบรกฯ มอง 15 หุ้นรับแรงหนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงการหารือกับ นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ได้หารือความคืบหน้าและวางกรอบทิศทางการพัฒนาโครงการศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (EEC Capital City : EECiti)
โครงการดังกล่าวพัฒนาภายใต้คอนเซ็ปต์ Smart & Sustainable “Live–Work–Play” City เพื่อยกระดับพื้นที่ภาคตะวันออกให้เป็นศูนย์กลางความบันเทิง โดยจะเข้าสู่กระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก
ตามกรอบเวลาดำเนินการ สำนักงาน EEC เตรียมผลักดันโครงการในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) โดยมีแผนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ด EEC) ภายในเดือนนี้ ครอบคลุมพื้นที่สวนสนุก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และศูนย์กลางความบันเทิง เพื่อเข้าสู่กระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากนักลงทุน มุ่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากบริษัทชั้นนำระดับโลก
ในการหารือครั้งนี้ ได้ติดตามความคืบหน้าการขับเคลื่อน “โครงการเมืองใหม่” อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านการจัดสรรพื้นที่และการวางระบบสาธารณูปโภค เพื่อผลักดันให้โครงการเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้มอบหมายแนวทางสำคัญ โดยเฉพาะการวางแผนระบบบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 ระบบโครงสร้างพื้นฐานหลักของโครงการ เพื่อรองรับการพัฒนาเมืองใหม่ขนาดใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ และยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและสันทนาการระดับโลก (World Class Entertainment & Leisure Hub) พร้อมเป็นต้นแบบการวางผังและบริหารจัดการพื้นที่สำหรับกิจการอื่น ๆ ในรูปแบบเมืองใหม่ลักษณะเดียวกันในอนาคต
สำหรับ EECiti มีแผนแม่บทในการดึงดูดการลงทุนเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งประกอบด้วย สวนสนุกระดับโลกที่มีขนาดพื้นที่ทัดเทียมกับสวนสนุกชั้นนำของโลก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ที่ได้มาตรฐานสากล และศูนย์จัดแสดงสินค้าและการประชุมที่ตั้งเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางการจัดงานขนาดใหญ่และทันสมัยระดับโลก โดยวางแผนบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนบริการนักท่องเที่ยว การจัดการพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อมุ่งสู่การเป็น Net Zero City
นอกจากนี้ EECiti ยังมีจุดเด่นด้านการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมหลักของประเทศ โดยพื้นที่ตั้งโครงการอยู่ห่างจากสถานีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง–สุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา) เพียง 10 กิโลเมตร และห่างจากสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาเพียง 15 กิโลเมตร ทำให้สะดวกต่อการเดินทางและการขนส่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ ระบุว่า สนับสนุนให้พื้นที่ EEC มีสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ซึ่งหากดำเนินการได้จริง ประเทศไทยจะเป็นแห่งแรกในอาเซียนที่มีดิสนีย์แลนด์ จากการศึกษาข้อมูลพบว่า ดิสนีย์แลนด์มี 3 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็ก 900–1,000 ไร่ ขนาดกลาง 1,800–2,000 ไร่ และขนาดใหญ่ 3,000 ไร่ โดยมีเงื่อนไขชัดเจนว่า ห้ามตั้งอยู่ใกล้กาสิโนเด็ดขาด แผนเบื้องต้น หากจะมีสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ รัฐบาลจะติดต่อไปยังดิสนีย์แลนด์เพื่อสอบถามความสนใจลงทุน หากไม่สนใจ ฝ่ายไทยจะพิจารณาขอใบอนุญาตมาลงทุน โดยหาเอกชนร่วมทุน ขณะนี้มีเอกชนไทยแสดงความสนใจแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียด
นอกจากนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มีความต้องการสร้างสนามแข่งขันกีฬาความจุประมาณ 80,000 ที่นั่ง เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาระดับโลก ซึ่งไทยยังไม่เคยมี รวมทั้งสนามแข่งม้าและสระว่ายน้ำ โดยเห็นว่าควรมีองค์ประกอบด้านความบันเทิงเพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพการดึงดูดนักท่องเที่ยว
ปัจจุบัน EEC ยังมีพื้นที่ที่สามารถเวนคืนมาใช้ประโยชน์ได้กว่า 10,000 ไร่ จึงได้มอบนโยบายว่า หากจะพัฒนาพื้นที่สปอร์ตคอมเพล็กซ์และเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ให้พิจารณาเวนคืนหรือซื้อที่ดินเตรียมไว้ประมาณ 5,000 ไร่
ด้านมุมมองตลาดทุน นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และหัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หุ้นที่ถูกมองว่าเป็นฐานรากสำคัญ (First Priority) ของการพัฒนาสวนสนุกระดับโลก ได้แก่ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ซึ่งมีพื้นที่รองรับความต้องการของโครงการขนาดใหญ่
ถัดมาคือกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง อาทิ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON และบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK
จากนั้น เมื่อโครงการท่องเที่ยวขนาดใหญ่เริ่มเป็นรูปธรรม ธุรกิจโรงแรมจะมีบทบาทสำคัญต่อการรองรับนักท่องเที่ยว ได้แก่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL และบริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW
ขณะที่ภาคบริการและการอุปโภคบริโภค ซึ่งจะได้อานิสงส์จากเม็ดเงินหมุนเวียนและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC และบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL
นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจการบินและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญของระบบนิเวศการท่องเที่ยว ประกอบด้วย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากปริมาณผู้โดยสารที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามการขยายตัวของโครงการระดับโลกดังกล่าว
เช่นเดียวกับ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน ประเมินหุ้นที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์โครงสร้างพื้นฐานและเมกะโปรเจค ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และบริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON
ถัดมา เมื่อเปิดดำเนินการจริง เม็ดเงินท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลเชิงบวกต่อกลุ่มการบิน ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA
ขณะเดียวกัน กลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว ได้แก่ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC และบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT มีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของภาคท่องเที่ยว
“ดิสนีย์แลนด์ EEC หากสามารถเดินหน้าได้จริง จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก และอาจส่งผลต่อเนื่องต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ ตั้งแต่ภาคก่อสร้างจนถึงภาคท่องเที่ยวครบวงจร” บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
สถานทูตวอชิงตัน กางแผนยุทธศาสตร์ ดันไทยชิงเค้กตั้ง “ดิสนีย์แลนด์” แห่งแรกใน AEC
สัญญาณดี! “พิพัฒน์” แย้มนักลงทุนไทย เด้งรับแนวคิดผุด “ดิสนีย์แลนด์” 5 พันไร่

