สนค.ชี้สงคราม “อิหร่าน” เป็น Supply Shock เสี่ยงเงินทุนไหลออก–บาทผันผวน

สนค.กระทรวงพาณิชย์ ประเมินวิกฤตตะวันออกกลางเป็น Negative Supply Shock เสี่ยงเงินทุนไหลออก–บาทผันผวน หลังปิดช่องแคบฮอร์มุซดันต้นทุนพลังงานโลก


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 มี.ค.69) สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ วิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแข้ง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอล กับ อิหร่าน โดยระบุว่า สถานการณ์ในขณะนี้ถือเป็น Negative Supply Shock หรือ แรงกระแทกด้านอุปทาน อาจเกิดการพุ่งขึ้นของต้นทุนการผลิต จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะยาน ซึ่งแม้โอเปกพลัส (OPEC+) จะเพิ่มกำลังการผลิต แต่อาจไม่สามารถชดเชยปริมาณที่หายไปจากระบบได้ทันที สิ่งนี้จะกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกและในไทยเร่งตัวขึ้นผ่านราคาค่าขนส่ง ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้า

ด้านสถานการณ์การท่องเที่ยว สนค. มองว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต และกาตาร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และมักเดินทางมาไทยเพื่อการพักผ่อนและรับบริการทางการแพทย์ (Medical Tourism) ขณะที่ความไม่สงบระดับโลกอาจทำให้นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นเกิดความกังวลในการเดินทางระยะไกล (Long-haul) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสแรกของปี

ขณะที่แรงงานและการบริโภคภายในประเทศ รายได้เงินโอนระหว่างประเทศ จากแรงงานไทยกว่า 77,000 คนในพื้นที่เสี่ยง หากต้องอพยพกลับประเทศ จะส่งผลให้รายได้ที่ส่งกลับมาจุนเจือครอบครัวในภาคเกษตรและท้องถิ่นลดลง และเพิ่มภาระด้านการจัดหางานภายในประเทศของภาครัฐ นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์อาจทำให้ภาคครัวเรือนชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าคงทนหรือสินค้าฟุ่มเฟือย เพื่อเก็บเงินสดไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

สนค. ระบุถึงบรรยากาศการลงทุนและเสถียรภาพตลาดเงินว่า ความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอาจส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเคลื่อนย้ายเงินทุน ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงของผู้นำเข้าและส่งออก

ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ยังอาจทำให้โครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่อยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจถูกชะลอออกไปเพื่อประเมินสถานการณ์ ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาวหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

Back to top button