
“ศุภจี” สั่งเข้ม 59 สินค้าควบคุม ตรึงราคา รับมือวิกฤติพลังงาน
“ศุภจี” ย้ำคุมเข้ม 59 สินค้าควบคุม ตรึงราคาไม่ให้กระทบค่าครองชีพ รับมือวิกฤติพลังงาน พร้อมจับตาต้นทุนใกล้ชิดและสกัดการฉวยขึ้นราคา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 มี.ค.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการเตรียมเสนอมาตรการดูแลค่าครองชีพประชาชนจากผลกระทบวิกฤตพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จะพิจารณาดูแลทั้งระบบ โดยคุมเข้มสินค้าควบคุม 59 รายการ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนเกินสมควร
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะกำกับดูแลราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสินค้าควบคุม 59 รายการ อาทิ สินค้าบริโภค เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และนม หากมีการปรับขึ้นราคาเกินกว่าที่กำหนด จะต้องมีมาตรการเข้าไปดูแล โดยประชาชนสามารถชี้เป้าได้ผ่านสายด่วนพาณิชย์ 1569
นางศุภจี ยืนยันว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ กำลังเร่งเจรจาเปิดเส้นทางขนส่งสินค้าไปยังกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เพื่อระบายสินค้าคงค้าง พร้อมแลกเปลี่ยนวัตถุดิบที่จำเป็น เช่น เม็ดพลาสติกและปุ๋ย รวมถึงหาแหล่งขนส่งทางเลือกที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ความขัดแย้ง โดยปัจจุบันราคาปุ๋ยยูเรียยังมีสต๊อกเพียงพอใช้ได้ถึงประมาณเดือนสิงหาคม
“ขอร้องให้ทุกคนให้ความร่วมมือดีกว่า… ยิ่งเราตื่นตระหนกและกักตุนสินค้าโดยยังไม่ถึงเวลา ในช่วงวิกฤติโลกทุกคนควรตระหนักรู้ และพยายามช่วยกันและดูแลการใช้อย่างเหมาะสม แต่หากมีความกังวลจะซื้อสินค้าตัวใดเก็บไว้เราก็คงห้ามไม่ได้ เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่ต้องดูในเรื่องของความเหมาะสมจะดีที่สุด เอาเท่าที่กำลังเราทำได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจว่า ปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เราควบคุมยากมาก การสู้รบจะจบเมื่อไหร่อยู่ที่ประเทศที่เกิดสถานการณ์จะจัดการกัน เพราะฉะนั้นอยากจะขอให้ช่วยกันดูแล ในส่วนของรัฐบาลจะดูแลเท่าที่ทำได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุ
ขณะที่นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า สินค้าควบคุม 59 รายการ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ โดยผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา พร้อมระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดยื่นขอปรับราคาแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน ได้ติดตามโครงสร้างต้นทุนสินค้าอย่างใกล้ชิด โดยประเมินว่ามี 6 กลุ่มสินค้า ที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมัน ได้แก่ อาหารสด สินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารกระป๋อง เครื่องดื่มและบรรจุภัณฑ์พลาสติก รวมถึงวัสดุก่อสร้าง
ทั้งนี้ ได้ใช้ระบบติดตามสินค้า 3 ระดับ ได้แก่ กลุ่มเฝ้าระวังพิเศษ (Sensitive List) ติดตามรายวัน กลุ่มเฝ้าระวังใกล้ชิด (Priority Watch List) ติดตามสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และกลุ่มเฝ้าระวังทั่วไป (Watch List) ติดตามทุก 15 วัน เพื่อป้องกันการกักตุนและการปรับขึ้นราคาไม่เหมาะสม
ยืนยันว่า สถานการณ์สินค้าในประเทศยังสามารถบริหารจัดการได้ สินค้ายังมีเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนเลือกซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็นและร่วมกันประหยัดพลังงาน โดยหากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคา กักตุน หรือปฏิเสธการจำหน่าย จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“ศุภจี” แย้มชงมาตรการช่วยประชาชนเข้าครม.พรุ่งนี้ หลังถก “นายก” รับมือน้ำมันพุ่ง

