
“ศุภจี” ดัน IP Finance นำร่องปลายปีนี้ เปิดทางใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเข้าถึงแหล่งทุน
กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าโครงการนำร่อง IP Finance Thailand ช่วงปลายปี 2569 หวังเพิ่มโอกาสผู้ประกอบการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน พร้อมหารือ WIPO ขอรับการสนับสนุนด้านวิชาการและเทคนิค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 11.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ตามเวลาท้องถิ่นนครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะเข้าหารือทวิภาคีกับ นายดาเรน ทัง (Mr. Daren Tang) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization: WIPO) ณ สำนักงานใหญ่ WIPO เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไทยกับ WIPO รวมทั้งผลักดันบทบาทของไทยในเวทีทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ
คณะฝ่ายไทยที่เข้าร่วมหารือ ประกอบด้วย นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

นางศุภจี กล่าวแสดงความยินดีต่อ นายดาเรน ทัง ในโอกาสที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ WIPO เป็นสมัยที่ 2 พร้อมระบุว่า ไทยให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับ WIPO ในฐานะองค์กรหลักด้านทรัพย์สินทางปัญญาของโลก โดยเห็นว่าการแบ่งปันองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ นวัตกรรม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
การหารือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความเห็นในประเด็นสำคัญหลายด้าน โดยฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงนโยบายการวางรากฐานระบบนิเวศที่ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (IP Finance) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ ธุรกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจนวัตกรรมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น
ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญามีกำหนดจัดกิจกรรมอบรมเพิ่มศักยภาพด้านการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายน 2569 และมีแผนดำเนินโครงการนำร่อง “IP Finance Thailand” ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 เพื่อวางรากฐานการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นเครื่องมือทางการเงินของประเทศในระยะยาว
ด้านผู้อำนวยการใหญ่ WIPO แสดงความพร้อมสนับสนุนความร่วมมือทางวิชาการและเทคนิค ทั้งด้านการถ่ายทอดองค์ความรู้ และการส่งผู้เชี่ยวชาญหรือพี่เลี้ยง (Mentor) มาสนับสนุนการดำเนินโครงการนำร่อง IP Finance Thailand โดยเห็นว่าหากมีการบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาคการเงิน ไทยมีศักยภาพพัฒนาเป็นต้นแบบการประยุกต์ใช้ IP Finance ในระดับภูมิภาคได้ในอนาคต
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือถึงการใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า วัฒนธรรม และเศรษฐกิจชุมชน โดยแลกเปลี่ยนแนวทางการเชื่อมโยง GI กับการสร้างแบรนด์ การออกแบบ และการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าในตลาดโลก
นางศุภจี กล่าวว่า การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาควรเชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและความยั่งยืน โดยภาครัฐต้องมีบทบาทในการสร้างโอกาสทางการค้าและขยายตลาดรองรับสินค้าที่ได้รับการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานแล้ว เพื่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาชุมชนผ่านการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ และมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้ท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดสมัยใหม่ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
อีกประเด็นสำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าเป็นภาคีความตกลงกรุงเฮก (Hague Agreement) ว่าด้วยการจดทะเบียนการออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระหว่างประเทศ โดยปัจจุบันไทยอยู่ระหว่างการปรับปรุงพระราชบัญญัติสิทธิบัตรเพื่อรองรับการดำเนินการตามความตกลงดังกล่าว

พร้อมกันนี้ ไทยได้ขอรับการสนับสนุนจาก WIPO ในการฝึกปฏิบัติงานจริง (On-the-job Training) ร่วมกับสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศสมาชิกที่มีระบบการตรวจประเมินใกล้เคียงกับไทย อาทิ เกาหลีใต้ และเวียดนาม รวมถึงการสนับสนุนด้านเทคนิคในการแปลคู่มือระบบเฮกเป็นภาษาไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจแก่บุคลากรและผู้ใช้งานในประเทศ
สำหรับ WIPO เป็นองค์การระหว่างประเทศภายใต้องค์การสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2510 มีสมาชิก 192 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี 2532 โดยดูแลความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพย์สินทางปัญญารวม 26 ฉบับ ครอบคลุมสิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ การออกแบบอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์