
“ลวรณ” ยันใช้ยาแรง ลูกอ้างสิทธิพ่อแม่ลดหย่อนภาษีแต่ไม่ดูแล “อกตัญญู” เข้าข่ายโกงภาษี
ปลัดคลัง ชี้แจงเกณฑ์คัดกรองบัตรคนจนรอบใหม่ ใช้ข้อมูลลดหย่อนภาษีตัดสิทธิผู้มีลูกหลานดูแล ย้ำคนหลุดสิทธิยังเข้าร่วม “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ได้ โควตาเหลือกว่า 4 ล้านสิทธิ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนคัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่เรียกว่า “บัตรคนจน” รอบใหม่ ทางรัฐบาลต้องการบริหารจัดการงบประมาณที่มีจำกัดไปดูแลเฉพาะกลุ่มผู้ที่ยากจนที่สุดและไม่มีใครดูแลจริง ๆ ส่วนเกณฑ์พิจารณาเรื่องครอบครัว จะมุ่งเป้าหมายไปที่การคัดคนที่มีลูกหลานดูแลอยู่ออกจากระบบ หรือหลุดสิทธิ ด้วยการตรวจสอบจากฐานข้อมูลที่ลูกนำชื่อพ่อแม่ไปใช้หักลดหย่อนภาษี
สำหรับข้อสงสัยเรื่องสิทธิลดหย่อนภาษี 30,000 บาทต่อปีของบุตร คิดเป็นเงินดูแลพ่อแม่สูงถึงเดือนละ 2,500 บาท ซึ่งมากกว่าวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ให้เพียงเดือนละ 300 บาทนั้น รัฐบาลมองว่า ครอบครัวกลุ่มนี้มีฐานะ และความพร้อมมากกว่ากลุ่มยากไร้ที่ยังตกหล่นอยู่อีกจำนวนมาก
ขณะที่ประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกณฑ์นี้รังแกลูกกตัญญูนั้น นายลวรณ ระบุว่า “ลูกที่เอาชื่อพ่อแม่ไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแต่ไม่ได้ดูแลจริงต่างหาก คือ ลูกอกตัญญู ตัวจริง และการทำเช่นนี้ถือเป็นการโกงภาษี อย่างหนึ่งด้วย”
ส่วนกรณีลูกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้ให้เงินดูแลจริง หรือพ่อแม่ไม่ทราบมาก่อน ทางพ่อแม่สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กรกฎาคม ถึง 16 สิงหาคม 2569
ดังนั้นเมื่อสามารถพิสูจน์ได้ว่า ไม่ได้รับการดูแลจากลูกหลาน ทางพ่อแม่จะได้สิทธิบัตรคนจนคืนกลับไปอย่างตรงไปตรงมา แต่ระบบจะทำการตัดสิทธิลูกไม่ให้นำชื่อพ่อแม่ไปหักลดหย่อนภาษีได้อีก ซึ่งมาตรการนี้เปรียบเสมือนการใช้ “ยาแรง” เพื่อทำให้ระบบภาษีและสวัสดิการมีความถูกต้องโปร่งใสที่สุด
ขณะเดียวกัน ผู้ที่หลุดเกณฑ์บัตรคนจน เนื่องจากมีครอบครัวดูแล รัฐบาลยืนยันว่า จะไม่ทอดทิ้ง โดยยังมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือสามารถเปลี่ยนไปเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ซึ่งเดิมทีกลุ่มนี้ลงทะเบียนไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไขการถือบัตรคนจนอยู่ โดยปัจจุบันมีโควตาเหลือมากกว่า 4 ล้านสิทธิ
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาผู้ตกหล่นแบบซ้ำซาก ทางรัฐบาลตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการค้นหาคนยากจนที่อยู่ชายขอบ ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือเป็นผู้ป่วยติดเตียง โดยกระทรวงมหาดไทยเป็นกลไกหลัก เนื่องจากผู้นำชุมชน เช่น ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ อบต. และเทศบาล คือผู้ที่ใกล้ชิดและรู้จักคนยากจนในพื้นที่ดีที่สุด เพื่อรวบรวมรายชื่อและส่งมายังกระทรวงการคลังคัดกรอง
“รายชื่อทั้งหมดจะต้องผ่านการคัดกรองด้วยระบบ Data Lake ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันระบบอุปถัมภ์ และรับประกันว่าเงินทุกสตางค์ของแผ่นดินจะพุ่งเป้าไปถึงคนยากจนตัวจริงเท่านั้น โดยจะประกาศผลการคัดกรองพร้อมเหตุผลอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นข้อมูลตัวเลขเชิงประจักษ์ที่ผู้ถูกตัดสิทธิจะไม่สามารถปฏิเสธหรืออุทธรณ์ได้” นายลวรณ ระบุ

