
“พาณิชย์” เผยธุรกิจตั้งใหม่ พ.ค. โต 6.72% ทะลุ 7 พันราย
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยธุรกิจตั้งใหม่เดือน พ.ค. โต 6.72% แตะ 7,115 ราย ขณะที่ 5 เดือนแรกของปีมีธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสม 36,794 ราย โดย “ธุรกิจขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต” ขยายตัวสูงสุด พร้อมคงเป้าทั้งปี 2569 มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 75,000 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า วันนี้ (19 มิ.ย.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ผลวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนพฤษภาคม 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 7,115 ราย เพิ่มขึ้น 448 ราย หรือ 6.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 6,667 ราย โดยมีทุนจดทะเบียน 14,629 ล้านบาท ลดลง 4,336 ล้านบาท หรือ 22.87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่สะสม 36,794 ราย ลดลง 21 ราย หรือ 0.06% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 36,815 ราย ส่วนทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 95,970 ล้านบาท ลดลง 35,057 ล้านบาท หรือ 26.76% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 131,027 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีธุรกิจ 3 ประเภทที่ขยายตัวน่าสนใจ ได้แก่ ธุรกิจการขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต จำนวน 1,055 ราย เพิ่มขึ้น 374 ราย หรือ 54.92% มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,574 ล้านบาท ธุรกิจกิจกรรมการบริการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจ ซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น จำนวน 377 ราย เพิ่มขึ้น 209 ราย หรือ 124.40% มูลค่าทุนจดทะเบียน 346 ล้านบาท และธุรกิจภัตตาคารและร้านอาหาร จำนวน 1,744 ราย เพิ่มขึ้น 207 ราย หรือ 13.47% มูลค่าทุนจดทะเบียน 2,873 ล้านบาท
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ตัวเลขการจัดตั้งธุรกิจใหม่ยังอยู่ในภาวะปกติ โดยเฉลี่ยหากมีการจัดตั้งธุรกิจใหม่มากกว่า 7,000 รายต่อเดือน ถือว่าเป็นระดับปกติและยังไม่มีนัยสำคัญ เว้นแต่จะต่ำกว่า 6,000 ราย หรือสูงกว่า 8,000 ราย
ทั้งนี้ คาดว่าในช่วง7 เดือนที่เหลือของปีจะมีธุรกิจจัดตั้งใหม่อีกประมาณ 40,000 ราย ส่งผลให้ทั้งปี 2569 คาดว่าจะมีธุรกิจจัดตั้งใหม่รวมประมาณ 75,000 ราย
ส่วนการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการในเดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวน 1,047 ราย เพิ่มขึ้น 22.46% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี มีการเลิกกิจการสะสม 5,264 ราย เพิ่มขึ้น 10.22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” มีสัญญาณส่งผลให้ผู้ประกอบการเลิกกิจการหรือไม่ นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เป็นการชั่งน้ำหนักของรัฐบาลในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มเป้าหมาย แต่ยืนยันว่า “ไม่กระทบ” ต่อการเลิกกิจการของภาคธุรกิจ

