
“พาณิชย์” เผยต่างชาติลงทุนไทย 5 เดือนพุ่ง 1.53 แสนล้านบาท โต 73%
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผย 5 เดือนแรกปี 2569 ต่างชาติลงทุนในไทย 528 ราย เงินลงทุนรวม 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากปีก่อน สะท้อนไทยยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 มิ.ย. 69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า เดือนพฤษภาคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 90 ราย เงินลงทุนรวม 24,226 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากจีน สิงคโปร์ และไต้หวัน
สำหรับช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-พฤษภาคม) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุน 528 ราย เพิ่มขึ้น 102 ราย หรือ 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 426 ราย ขณะที่เงินลงทุนรวมอยู่ที่ 153,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64,615 ล้านบาท หรือ 73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ประเทศและดินแดนที่เข้ามาลงทุนในไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 87 ราย คิดเป็น 17% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,982 ล้านบาท จีน 85 ราย คิดเป็น 16% เงินลงทุน 30,023 ล้านบาท สิงคโปร์ 74 ราย คิดเป็น 14% เงินลงทุน 36,529 ล้านบาท ญี่ปุ่น 71 ราย คิดเป็น 13% เงินลงทุน 27,260 ล้านบาท และฮ่องกง 48 ราย คิดเป็น 9% เงินลงทุน 9,295 ล้านบาท
ขณะที่การลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วง 5 เดือนแรกของปี มีจำนวน 161 ราย คิดเป็น 30% ของนักลงทุนต่างชาติทั้งหมด เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 59,939 ล้านบาท หรือ 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ยังคงเป็นกลุ่มนักลงทุนหลัก
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าไทยยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติ ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่เร่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่อยู่ระหว่างทยอยดำเนินการอีกจำนวนมาก
ทั้งนี้ การอำนวยความสะดวกในกระบวนการอนุญาตต่าง ๆ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถดำเนินธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น สะท้อนว่านโยบายของรัฐบาลเดินมาถูกทิศทาง โดยหากประเทศไทยต้องการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จำเป็นต้องเพิ่มความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ เพื่อแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาค
สำหรับการลงทุนในธุรกิจ Data Center นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนให้ความสำคัญ คือ ความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้า และการใช้พลังงานสะอาด (Green Energy)

