
ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งเกณฑ์ใหม่ PVD ชูลงทุนตามช่วงอายุ ยกระดับเงินออมวัยเกษียณ
ก.ล.ต. รื้อเกณฑ์ PVD ชู Default Portfolio ตามลักษณะสมาชิก เปิดทาง บลจ. ออกแบบแผนลงทุนยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมยกระดับการให้ข้อมูลและคำแนะนำรองรับวัยเกษียณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อการปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพื่อยกระดับการคุ้มครองสิทธิสมาชิก เพิ่มประสิทธิภาพการให้ข้อมูล คำแนะนำ และบริการของบริษัทจัดการลงทุน (บลจ.) ให้สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิกมากขึ้น พร้อมส่งเสริมการออมระยะยาวเพื่อรองรับการเกษียณอายุ
โดย ก.ล.ต. ระบุว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้เป็นการนำข้อเสนอแนะจากผู้เกี่ยวข้องมาปรับใช้ เพื่อให้กฎเกณฑ์มีความชัดเจน ยืดหยุ่น และเอื้อต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจมากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงยึดประโยชน์สูงสุดของสมาชิกเป็นสำคัญ
หนึ่งในสาระสำคัญของการปรับปรุงครั้งนี้คือ การปรับแนวทางการกำหนดนโยบายการลงทุนสำหรับสมาชิกที่ไม่ได้เลือกแผนลงทุนด้วยตนเอง หรือ Default Portfolio โดยกำหนดให้ บลจ. ออกแบบนโยบายการลงทุนโดยคำนึงถึงลักษณะของสมาชิกที่มีความหลากหลายและความเพียงพอของเงินออมเพื่อวัยเกษียณ แทนการพิจารณาจากลักษณะของสมาชิกส่วนใหญ่เพียงกลุ่มเดียว
แนวทางดังกล่าวเปิดโอกาสให้ บลจ. สามารถเสนอแผนการลงทุนที่สอดคล้องกับช่วงอายุของสมาชิก เช่น แผนการลงทุนแบบ Life Path หรือ Target Date Fund รวมถึงสามารถกำหนด Default Portfolio ได้มากกว่าหนึ่งรูปแบบ เพื่อรองรับสมาชิกที่มีช่วงอายุ ระดับความเสี่ยง และเป้าหมายการออมแตกต่างกัน โดยมุ่งเพิ่มศักยภาพการเติบโตของเงินออมระยะยาวควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ก.ล.ต. ยังมีแนวคิดปรับปรุงหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อกำหนดการลงทุนให้มีความชัดเจนและยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนและสมาชิกสามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม โดยกำหนดให้ บลจ. ต้องจัดทำและเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการกองทุน สมาชิก และนำส่ง ก.ล.ต. ขณะที่กองทุนหลายนายจ้าง หรือ Pooled Fund จะต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชนในรูปแบบที่เข้าถึงได้โดยง่ายด้วย
ในส่วนการดูแลสมาชิก ก.ล.ต. เสนอให้ขยายวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูลสมาชิกของ บลจ. ที่ให้บริการงานทะเบียนและดูแลสมาชิก ให้ครอบคลุมการดำเนินงานด้านทะเบียน การดูแลสิทธิประโยชน์ และการสนับสนุนการลงทุน จากเดิมที่ใช้เพื่อการติดต่อ ตรวจสอบ และจ่ายเงินแก่สมาชิกเป็นหลัก พร้อมเปิดทางให้สมาชิกสามารถบันทึกหรือปรับปรุงข้อมูลเพิ่มเติมผ่านระบบออนไลน์ได้ตามแนวทางที่ บลจ. กำหนด
ขณะเดียวกัน ก.ล.ต. จะให้สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) จัดทำแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการออกแบบนโยบาย Default Portfolio รูปแบบข้อกำหนดการลงทุน ข้อมูลสมาชิก ตลอดจนขอบเขตการให้ข้อมูล คำแนะนำ และบริการต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการให้คำแนะนำด้านการบริหารเงินหลังเกษียณ โดยแนวปฏิบัติดังกล่าวจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ก่อนนำไปใช้
สำหรับการบังคับใช้หลักเกณฑ์ใหม่ ก.ล.ต. เสนอให้มีผลภายใน 12 เดือนนับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และกำหนดให้ บลจ. รายงานความคืบหน้าและแผนการเตรียมความพร้อมต่อ ก.ล.ต. ภายใน 1 เดือน หลังจากครบกำหนด 6 เดือนนับจากวันประกาศใช้
ทั้งนี้ ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักเกณฑ์ดังกล่าวจนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย

