ตลท. เปิดข้อมูลพลังงาน 776 บจ. ชี้หุ้นโปร่งใสเหนือกว่ายามวิกฤต

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยข้อมูลพลังงานของ 776 บริษัทจดทะเบียน พบภาคธุรกิจยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก แม้พลังงานสะอาดเติบโตแรง ขณะที่หุ้นกลุ่มที่เปิดเผยข้อมูลด้านพลังงานสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าในช่วงวิกฤตราคาน้ำมัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยผลการศึกษาจาก SET ESG Data Platform พบว่า บริษัทจดทะเบียนที่เปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านพลังงานมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าบริษัทที่ไม่เปิดเผยข้อมูลในช่วงที่ตลาดเผชิญวิกฤตพลังงาน สะท้อนว่าความโปร่งใสด้านข้อมูลเริ่มมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนและการประเมินมูลค่าหุ้นมากขึ้น

ผลการศึกษาพบว่า ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความกังวลต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลดลง 5.24% อย่างไรก็ตาม บริษัทในดัชนี SET100 ที่เปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายด้านพลังงานผ่าน ESG Data Platform กลับมีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าบริษัทที่ยังไม่เปิดเผยข้อมูลในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

โดยเฉพาะกลุ่มการเงิน ธนาคาร ประกันภัย โทรคมนาคม และขนส่ง ซึ่งปรากฏสิ่งที่เรียกว่า “Disclosure Premium” หรือผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเปิดเผยข้อมูล เนื่องจากนักลงทุนสามารถประเมินความเสี่ยงของธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ความไม่แน่นอนลดลง และช่วยลดแรงขายในภาวะตลาดผันผวน

ตลท. ระบุว่า การศึกษาครั้งนี้อาศัยข้อมูลจาก SET ESG Data Platform ซึ่งรวบรวมข้อมูลด้านพลังงานของบริษัทจดทะเบียนจำนวน 776 แห่ง ครอบคลุมข้อมูลการใช้ไฟฟ้า เชื้อเพลิง และพลังงานทดแทน ทำให้สามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านพลังงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น จากเดิมที่ข้อมูลมีลักษณะกระจัดกระจายและเปรียบเทียบได้ยาก

ข้อมูลล่าสุดยังสะท้อนว่า ภาคธุรกิจไทยยังคงพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก แม้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น โดยในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนทั้ง 776 แห่งใช้ไฟฟ้ารวม 48,435 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ในจำนวนนี้เป็นไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 6,066 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือคิดเป็น 13% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 9% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นถึง 42.7%

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านพลังงานยังพบว่า กลุ่มปิโตรเคมี ขนส่ง และพลังงาน เป็นอุตสาหกรรมที่มีความอ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงานมากที่สุด ขณะที่กลุ่มธนาคาร ประกันภัย และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีความเสี่ยงด้านพลังงานในระดับต่ำกว่า

ทั้งนี้ ตลท. มองว่า การเปิดเผยข้อมูลด้านพลังงานไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้าน ESG หรือธรรมาภิบาลเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนประเมินความเสี่ยงและมูลค่าธุรกิจได้แม่นยำมากขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความผันผวนด้านพลังงาน

Back to top button