“พาณิชย์” เดินหน้าปราบนอมินี สแกนกว่า 9 หมื่นบริษัทใน 16 จังหวัดเป้าหมาย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าคัดกรองความเสี่ยงนอมินี ตรวจสอบกว่า 90,000 บริษัทใน 16 จังหวัดเป้าหมาย พบกลุ่มเสี่ยงสูงและสูงมาก รวมกว่า 51,000 ราย พร้อมบังคับใช้เกณฑ์เข้ม 1 สิงหาคมนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (16 ก.ค.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการเข้ามาลงทุนของชาวต่างชาติในประเทศไทยว่า นักลงทุนต่างชาติมีหลากหลายสัญชาติ โดยสิ่งสำคัญคือการกำกับดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายได้รับความสะดวก หรือเป็นการ “ดูแลคนดี” ควบคู่กับการคัดกรองกลุ่มที่มีความเสี่ยงอย่างตรงจุด

ปัจจุบันประเทศไทยมีบริษัทจดทะเบียนประมาณ 800,000 ราย ในจำนวนนี้มีบริษัทที่ชาวต่างชาติร่วมถือหุ้นตั้งแต่ 0.01-49.99% ประมาณ 120,000 ราย โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามุ่งวิเคราะห์กลุ่มที่ต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วน 40-49.99% ซึ่งอยู่ใน 10 จังหวัดท่องเที่ยว และกรุงเทพมหานครกับจังหวัดปริมณฑลรวม 6 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 90,493 ราย

ทั้งนี้ กรมฯ ได้นำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ทั้งภาพรวมการประกอบธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการ งบการเงิน รายการทางทะเบียน ตลอดจนข้อมูลผู้ทำบัญชีและสำนักงานบัญชี เพื่อจัดกลุ่มระดับความเสี่ยงให้แคบลง และนำไปสู่การตรวจสอบหรือกำกับดูแลที่ตรงเป้าหมายมากขึ้น

สำหรับ 10 จังหวัดท่องเที่ยว ได้แก่ ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ พังงา ประจวบคีรีขันธ์ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และระยอง มีนิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้น 40-49.99% รวม 49,055 ราย

เมื่อจำแนกตามระดับความเสี่ยง พบว่า อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงมาก 18,720 ราย กลุ่มเสี่ยงสูง 14,118 ราย กลุ่มเฝ้าระวัง 8,377 ราย และกลุ่มความเสี่ยงต่ำ 7,840 ราย

จังหวัดที่มีนิติบุคคลกลุ่มดังกล่าวมากที่สุด คือ ชลบุรี 21,936 ราย รองลงมา สุราษฎร์ธานี 10,234 ราย ภูเก็ต 9,369 ราย เชียงใหม่ 2,843 ราย ประจวบคีรีขันธ์ 2,193 ราย ระยอง 1,367 ราย กระบี่ 535 ราย เชียงราย 298 ราย พังงา 233 ราย และแม่ฮ่องสอน 47 ราย

ด้านกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม มีนิติบุคคลที่ต่างชาติถือหุ้น 40-49.99% รวม 41,438 ราย

ในจำนวนนี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงมาก 7,579 ราย กลุ่มเสี่ยงสูง 10,752 ราย กลุ่มเฝ้าระวัง 11,997 ราย และกลุ่มความเสี่ยงต่ำ 11,110 ราย

กรุงเทพมหานคร มีนิติบุคคลกลุ่มดังกล่าวมากที่สุด 32,380 ราย รองลงมา สมุทรปราการ 4,093 ราย ปทุมธานี 1,772 ราย นนทบุรี 1,433 ราย สมุทรสาคร 1,344 ราย และนครปฐม 416 ราย

เมื่อรวมทั้ง 16 จังหวัด พบว่า นิติบุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงมากและเสี่ยงสูงมีจำนวนรวม 51,169 ราย อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลการคัดกรองตามเกณฑ์ความเสี่ยง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์และตรวจสอบเพิ่มเติม ไม่ได้หมายความว่านิติบุคคลทั้งหมดมีการกระทำผิดหรือเป็นนอมินี

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า กรมฯ จะวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทั้งด้านผู้ถือหุ้นและกรรมการ การถือครองทรัพย์สินและสินทรัพย์ ความเสี่ยงทางบัญชี และความเสี่ยงทั่วไป พร้อมประสานผู้ทำบัญชีและสำนักงานบัญชีที่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง เพื่อเข้าร่วมให้ข้อมูลและสนับสนุนการตรวจสอบ

ขณะเดียวกัน ข้อมูลบริษัทตั้งใหม่ระหว่างวันที่ 1 มกราคม-30 มิถุนายน 2569 พบว่า มีบริษัทตั้งใหม่ 38,246 ราย ในจำนวนนี้เป็นบริษัทที่ชาวต่างชาติถือหุ้นตั้งแต่ 0.01-49.99% จำนวน 3,270 ราย

แบ่งเป็นต่างชาติถือหุ้น 0.01-20% จำนวน 209 ราย ถือหุ้น 20.01-40% จำนวน 430 ราย และถือหุ้น 40.01-49.99% จำนวน 2,631 ราย

เมื่อจำแนกตามพื้นที่ พบว่า กรุงเทพมหานครมีจำนวนสูงสุด 1,328 ราย หรือ 40.61% รองลงมา ชลบุรี 656 ราย สมุทรปราการ 224 ราย ภูเก็ต 162 ราย สุราษฎร์ธานี 143 ราย ระยอง 111 ราย เชียงใหม่และนนทบุรีจังหวัดละ 83 ราย ปทุมธานี 82 ราย และสมุทรสาคร 46 ราย

ส่วนสัญชาติของผู้ถือหุ้นต่างชาติ พบว่า จีนมีจำนวนสูงสุด 1,212 ราย หรือ 37.06% รองลงมา อินเดีย 207 ราย ฝรั่งเศส 124 ราย สิงคโปร์ 119 ราย อังกฤษ 105 ราย รัสเซีย 104 ราย ญี่ปุ่น 91 ราย เกาหลีใต้ 89 ราย ฮ่องกง 87 ราย และเมียนมา 74 ราย

สำหรับประเภทธุรกิจที่พบมากที่สุด ได้แก่ การบริการด้านอาหารในภัตตาคารและร้านอาหาร 258 ราย การซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองซึ่งไม่ใช่เพื่อเป็นที่พักอาศัย 131 ราย และกิจกรรมให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการอื่น ๆ 130 ราย

ทั้งนี้ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางได้ออกคำสั่งกำหนดหลักเกณฑ์และเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนจัดตั้งและแก้ไขเพิ่มเติมห้างหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

Back to top button