“พาณิชย์” ผนึก EU คุมเข้มสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า สกัดหลบเลี่ยงมาตรการการค้า

กรมการค้าต่างประเทศ กระชับความร่วมมือ “ไทย–สหภาพยุโรป” หารือเชิงเทคนิค ยกระดับป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าและการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า เสริมความเชื่อมั่นการค้าระหว่างประเทศ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าร่วมประชุมความร่วมมือในการป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าและการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า ณ ราชอาณาจักรสเปน ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน–4 กรกฎาคม 2569 ร่วมกับคณะกรรมาธิการด้านการค้าระหว่างประเทศของสหภาพยุโรป (Directorate–General for Trade: DG Trade) หน่วยงานป้องกันการฉ้อฉลด้านศุลกากรแห่งคณะกรรมาธิการยุโรป (European Anti-Fraud Office: OLAF) กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และธุรกิจของสเปน (The Ministry of Economy, Trade and Business: MINECO) และหน่วยงานศุลกากรสเปน (Custom Authority of Spain)

อารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติด้านการป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า (Anti-Circumvention) การป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า (Anti-Origin Fraud) และการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการรักษาความโปร่งใสของระบบการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรป รวมถึงสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้า

คณะผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน ครอบคลุมประเด็นมาตรการทางการค้า การไต่สวนการหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping: AD) และมาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty: CVD) การตรวจสอบหลักฐานและค้นหาข้อเท็จจริงเมื่อมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการหลบเลี่ยงมาตรการ ตลอดจนการปราบปรามการฉ้อโกงภาษีศุลกากร

นอกจากนี้ OLAF ได้นำเสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลการนำเข้า–ส่งออกสินค้า ผ่านระบบ Data Analytics Platform และ Anti-Fraud Information System (AFIS) สำหรับรวบรวม เชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลศุลกากรจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เพื่อช่วยตรวจจับพฤติกรรมการหลบเลี่ยงรูปแบบต่าง ๆ เช่น การสำแดงถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นเท็จ (False declaration of origin) การสำแดงมูลค่าสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง (Undervaluing) และการสำแดงพิกัดศุลกากรไม่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด รวมถึงการวิเคราะห์เส้นทางและข้อมูลการค้า (Trade Flow Analysis)

นางสาวอารดา กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงของไทยในอนาคต โดยเฉพาะการตรวจสอบคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อยกระดับการป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าและการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ สหภาพยุโรปให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านถิ่นกำเนิดสินค้า โดยสินค้าส่งออกจะต้องมีการผลิตจริง มีกระบวนการผลิตที่แปรสภาพอย่างเพียงพอ และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ จนผ่านเกณฑ์การได้มาซึ่งถิ่นกำเนิดสินค้าของประเทศผู้ส่งออก

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อกำกับดูแลการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมถึงการใช้เทคโนโลยีช่วยบริหารความเสี่ยงก่อนการอนุมัติคุณสมบัติด้านถิ่นกำเนิดสินค้า ตลอดจนรับทราบแนวทางบริหารจัดการสินค้าขาเข้าของสเปน ทั้งด้านการบริหารจัดการท่าเรือ การตรวจปล่อยสินค้า และการอำนวยความสะดวกทางการค้า

นางอารดา กล่าวต่อว่า การเข้าร่วมประชุมความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลการค้าระหว่างประเทศ ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมทางการค้า และการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศที่โปร่งใสและเป็นธรรม

“ความร่วมมือดังกล่าวยังสนับสนุนการดำเนินงานของกรมการค้าต่างประเทศในการป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทย ซึ่งเป็นประเด็นที่ประเทศคู่ค้าสำคัญให้ความสำคัญอย่างยิ่งในปัจจุบัน อันจะช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของระบบการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin: C/O) ของไทย และลดความเสี่ยงที่สินค้าไทยจะได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการทางการค้าของต่างประเทศ” นางอารดา กล่าว

ทั้งนี้ จากสถิติการค้าของกระทรวงพาณิชย์ พบว่า ในปี 2568 สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น มีมูลค่าการค้า 53.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกไปสหภาพยุโรป 30.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ขณะที่ช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 การค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปมีมูลค่า 12.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกลและเครื่องจักรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารแปรรูป และสินค้าเกษตร

ดังนั้น ผู้ส่งออกไทยควรให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกฎถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของสินค้าไทย รักษาความเชื่อมั่นในตลาดสหภาพยุโรป และสนับสนุนให้สินค้าไทยสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดได้อย่างยั่งยืน

Back to top button